ข่าวโดรนลึกลับที่บินเข้ามายังอาณาเขตของไต้หวันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ( 1 ก.ย.)รายงานระบุว่า โดรนลำดังกล่าวเป็นโดรนพลเรือน และได้รุกล้ำเข้ามายังน่านฟ้าของหมู่เกาะจินเหมิน ซึ่งเป็นเกาะทางตะวันตกของไต้หวันตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งของเมืองเซียเหมินในมณฑลฝูเจี้ยนเพียงไม่กี่กิโลเมตร
ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนที่จีนดำเนินการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันบ่อยครั้ง มีรายงานพบโดรนปริศนาบินบริเวณเกาะจินเหมินบ่อยขึ้นด้วยเช่นกัน
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา ซูเจิงชาง นายกรัฐมนตรีไต้หวันออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่อกรณีการยิงโดรนที่เกิดขึ้น ระบุว่า การยิงโดรนตกนั้นถือเป็นการกระทำที่เหมาะสมแล้ว เพราะที่ผ่านมาทางกองทัพได้ส่งสัญญาณเตือนหลายครั้งแล้ว คำเตือนจากไต้หวันที่ผ่านมายังรวมถึงการยิงกระสุนจริงด้วย
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนที่ไต้หวันจะยิงโดรนปริศนาตกเพียงหนึ่งวัน ถ้อยแถลงจากกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ทางกองทัพตัดสินใจยิงกระสุนจริงเตือน หลังพบโดรนบินเข้ามาในเกาะจินเหมิน ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตย ถือเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันเตือนด้วยกระสุนจริง หมู่เกาะจินเหมินที่จีนส่งโดรนเข้ามาถือเป็นพื้นที่ยุทธศาตร์ที่สำคัญของไต้หวัน
ไต้หวันมีเกาะในการครอบครองทั้งหมด 13 แห่ง แต่มีเกาะสำคัญที่ไต้หวันใช้ตั้งรับกองกำลังของจีนอยู่ 4 แห่ง ได้แก่ เกาะจินเหมิน เกาะเผิงหู หมู่เกาะหม่าจู เกาะอู๋ชิว
หมู่เกาะเหล่านี้ตั้งอยู่ระหว่างช่องแคบไต้หวัน และถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ไต้หวันส่งกองกำลังตั้งรับการรุกรานของจีนและพื้นที่เหล่านี้ก็มักพบเห็นการรุกล้ำจากจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทั้งเครื่องบินและโดรน วิธีการเหล่านี้ถูกเรียกว่า "Grey zone tactics” หรือยุทธวิธีแดนสีเทา หมายถึงกลวิธีก้ำกึ่งเพื่อปลุกปั่นให้ศัตรูเกรงกลัวและเสียขวัญ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้ตอบโต้รุนแรงจนเกิดศึกสงคราม
เหตุที่เรียกสีเทา เพราะมีความก้ำกึ่งคือจะตั้งใจหรือบังเอิญ ก็ตอบได้ยาก ในภาพรวมอาจจะเห็นว่าจีนทำแค่ยั่วยุเป็นระลอกๆ เท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าในระยะยาวการกระทำแบบนี้อาจกลายเป็น New Normal ที่ช่วยให้จีนรุกคืบหรือได้เปรียบในการยืดคืนพื้นที่ได้
ตัวอย่างความสำเร็จคือ การสร้างสิ่งปลูกสร้างในเกาะแก่งต่างๆ ที่ยังคงเป็นพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ วิธีนี้ถูกระบุว่าเป็นการใช้กลยุทธ์แบบ "Grey zone tactics” เช่นกัน ด้วยการรุกคืบทีละน้อยๆ จนได้ตามเป้าประสงค์
อย่างไรก็ตามชาวไต้หวันเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ พวกเขาเองหาวิธีรับมือกับกลยุทธ์ของจีน
ล่าสุดท่ามกลางสถานการณ์ไม่มั่นคง มหาเศรษฐีชาวไต้หวันตัดสินใจบริจาคเงินจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือราว 1,200 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนกองกำลังป้องกันตัวเองในการรับมือกับภัยคุกคามจากจีน
เศรษฐีคนดังกล่าวคือ โรเบิร์ต เจา ผู้ก่อตั้งบริษัท UMC บริษัทผลิตชิปชื่อดัง โดยในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ โรเบิร์ตระบุว่า ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่ยอมให้ไต้หวันเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับฮ่องกงเด็ดขาด เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า "Grey zone tactics” ที่จีนใช้กดดันไต้หวัน