เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย ได้ประกาศปรับลดการอุดหนุนราคาด้านพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับเพิ่มขึ้นกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2014
โดยหัวหน้าสหภาพแรงงานอินโดนีเซียระบุในแถลงการณ์ว่า ประชาชนราว 5 พันคนในกรุงจาการ์ตา และอีกหลายพันคนในที่อื่นๆ จะชุมนุมประท้วงวันนี้ (6 ก.ย.) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการตัดสินใจดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร ชาวประมง และคนยากจนที่อาศัยอยู่ในเมือง
เมียนมาเตรียมนำเข้าน้ำมันรัสเซีย แก้วิกฤตขาดแคลนพลังงานของประเทศ
ด้านโฆษกตำรวจกรุงจาการ์ตาระบุว่า ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ 7 พันนาย เพื่อรับมือกับการประท้วงวันนี้ ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซียได้สั่งการตำรวจในพื้นที่ให้รักษาความสงบ โดยพยายามอธิบายประชาชนว่าเพราะเหตุใดการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจึงจำเป็น
ก่อนหน้านี้ มีการชุมนุมประท้วงเล็กๆ มาบ้างแล้วตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อวานนี้ มีกลุ่มนักศึกษาและผู้ใช้แรงงานหลายร้อยคนออกมาจุดไฟเผายางและปิดถนนในกรุงจาการ์ตา
การอุดหนุนราคาด้านพลังงานเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองในอินโดเซีย แต่รัฐบาลก็พยายามลดผลกระทบโดยออกมาตรการชดเชยอื่นๆ ด้วย เช่น การให้เงินช่วยเหลือโดยตรง
ประธานาธิบดีวิโดโดย้ำว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เนื่องจากแรงกดดันต่องบประมาณที่เพิ่มขึ้น
การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้จะช่วยให้อินโดนีเซียใช้งบตรึงราคาน้ำมันลดลงประมาณ 48 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท) มาอยู่ที่ 650 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) แต่ขณะเดียวกัน ก็จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มเร็วขึ้นด้วย