น้ำมันโลก ปรับขึ้นราคา หลัง OPEC+ เตรียมลดการผลิต


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ราคาน้ำมันตลาดโลกผูกติดอยู่กับการเมืองอย่างแยกไม่ออก ตอนนี้ยังคงผันผวนปั่นป่วนเหมือนกับสถานการณ์การเมืองโลก ไล่มาตั้งแต่สงครามยูเครน ความปั่นป่วนในลิเบียและอิรัก อีกปัจจัยหนึ่งที่กำลังจะส่งผลต่อทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกคือสิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน

ตอนนี้ อิหร่านกำลังพยายามกลับมาสู่ข้อตกลงเรื่องการยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อแลกกับการถูกสหรัฐฯยกเลิกการคว่ำบาตร ซึ่งถ้าสามารถตกลงกันได้ หมายความว่าอิหร่าน อาจมีโอกาสส่งน้ำมันออกสู่ตลาดโลกอีกครั้ง

และความเคลื่อนไหวนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากองค์กรกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก และรัสเซียซึ่งรวมกันเรียกว่า กลุ่ม "โอเปกพลัส" เพราะอะไร

ราคาน้ำมันดิบขาขึ้นรอบใหม่กำลังมา โอเปกเตรียมหั่นกำลังผลิต 5 ก.ย.นี้

อิหร่านทดสอบโดรนครั้งใหญ่ สหรัฐฯหวั่นส่งช่วยรัสเซีย

เพราะหากอิหร่านบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯได้ อาจส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้อีกครั้งและจะส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลง

กลุ่มโอเปกพลัสได้นัดประชุมในวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยมีการส่งสัญญานออกมาแล้วว่าจะลดกำลังการผลิตเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันลดลง สัญญานจากโอเปกทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นทันทีร้อยละ 4

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 4.10 ดอลลาร์ หรือ 4.1% อยู่ที่ 105.09 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.4% จากสัปดาห์ก่อน

ส่วนน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 3.95 ดอลลาร์ หรือ 4.2% อยู่ที่ 97.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ขยับขึ้น 2.5% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านกับสหรัฐฯและชาติตะวันตกเจรจาเรื่องอะไรกันอยู่ และทำไมจึงสำคัญ

ช่วงทศวรรษ 1960-1970 สหรัฐฯกับอิหร่านคือพันธมิตรที่แนบแน่น อิหร่านในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ภายใต้การปกครองโดยพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี  

สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนพระเจ้าชาร์อย่างเต็มที่เนื่องจากได้ประโยชน์จากน้ำมันในอิหร่าน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 1979 เมื่อพระเจ้าชาห์ ถูกโค่นจากอำนาจ อิหร่านเปลี่ยนการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นรัฐอิสลาม โดยมี อยาตุลเลาะห์ อาลี โคมัยนี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ

สถานะของสหรัฐฯ เปลี่ยนจากจากพันธมิตรเป็นศัตรู เพราะในสายตาของผู้นำอิหร่านคนใหม่ สหรัฐฯ คือผู้ตักตวงผลประโยชน์

ในปีเดียวกัน เกิดเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาอิหร่านบุกยึดและจับเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเตหะราน 52 คนเป็นตัวประกันนานถึง 444 วัน

ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ตกต่ำถึงขีดสุด สหรัฐฯ ตัดสัมพันธ์ทางการทูตทุกทางกับอิหร่าน อิหร่านปิดประเทศจากชาติตะวันตก และเริ่มโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ปี 2015 ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ด้วยด้วยการเลิกใช้ไม้แข็งกับอิหร่าน ดึงอิหร่านทำข้อตกลงที่เรียกว่า JCPOA สำเร็จ

ภายใต้ข้อตกลง อิหร่านจะจำกัดปริมาณการสะสมและการผลิตยูเรเนียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการอาวุธนิวเคลียร์ แลกกับการที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

อย่างไรก็ตาม เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้งในอีก 3 ปีต่อมา เมื่อผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018

นโยบายของทรัมป์ผลักให้อิหร่านกลับไปพัฒนาโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง และเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีรายงานว่า อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เกือบสำเร็จแล้ว

มีความพยายามอีกครั้งในการดึงอิหร่านกลับเข้าสู่ข้อตกลง JCPOA เพื่อไม่ให้อิหร่านไปถึงจุดที่มีอาวุธนิวเคลียร์ การเจรจาเริ่มตั้งแต่ต้นปี 2021โดยมีสหภาพยุโรปเป็นตัวกลาง

ผ่านไป 16 เดือนมีแนวโน้มว่าจะเจรจาสำเร็จถ้าดูจากการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

จากการให้สัมภาษณ์ของผู้นำฝรั่งเศส ข้อตกลงที่ได้อาจไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ยังดีกว่าการไม่ได้ข้อตกลงเลย นั่นหมายความว่าโอกาสที่อิหร่านจะถูกยกเลิกคว่ำบาตรมีสูง

และแนวโน้มที่ออกมาแบบนี้ทำให้กลุ่มโอเปกออกมาเคลื่อนไหวเพื่อลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวขึ้นทันที่ร้อยละ 4 เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ