ภาพส่วนหนึ่งของโดรนที่อิหร่านขนออกมาทดสอบมีทั้งโดรนจู่โจม ทั้งโดรนสอดแนม รายงานข่าวระบุว่า โดรนที่ถูกนำมาทดสอบมีจำนวนมากถึง 150 ลำ และอิหร่านจะใช้เวลาในการทดสอบทั้งสิ้นรวม 2 วัน ซึ่งในโปรแกรมยังรวมถึงการจำลองรับมือกับโดรนของศัตรูด้วย
โดรนอิหร่านได้รับพัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เนื่องจากหลังการปฏิวัติอิสลาม อิหร่านถูกคว่ำบาตรห้ามค้าอาวุธกับชาติต่างๆ ส่งผลให้ชาติมุสลิมนิกายชีอะห์ที่ใหญ่ที่สุดต้องเสริมเขี้ยวเล็บของตนเองด้วยตนเอง
ปี 2012 อิหร่านอ้างว่าสามารถถอดเทคโนโลยีจากโดรนของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกได้ในปีก่อนหน้า และนำไปสู่การสร้างโดรนจู่โจม รวมถึงโดรนพลีชีพที่เรียกกันว่า กามิกาเซ่ แบบเดียวกับที่ทหารญี่ปุ่นพลีชีพในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ต่างกันตรงที่อากาศยานไร้คนขับไม่ต้องสูญเสียกำลังพล
นักวิเคราะห์ชี้ว่า โดรนของอิหร่านยังขาดความซับซ้อน แต่ก็ใช้งานได้ตามเป้าหมาย และที่สำคัญคือมีราคาถูก
นอกจากนั้นการที่โดรนของอิหร่านไม่ได้หรูหราหรือมีฟังก์ชันมากมาย จึงยากต่อระบบเรดาร์ในการป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนที่เร็วและบินสูง
โดรนกำลังกลายมาเป็นเทคโนโลยียอดนิยมที่นานาชาติใช้ในสงครามความขัดแย้ง ตลอดจนสงครามตัวแทนอากาศยานไร้คนขับเหล่านี้ไม่เพียงคร่าชีวิต แต่ยังสามารถทำลายสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ตัวอย่างเช่น การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอรามโก ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018 ผู้อยู่เบื้องหลังคือ กบฏฮูตีในเยเมนที่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
ประสิทธิภาพโดรนของอิหร่านเป็นที่ประจักษ์มาหลายปีแล้ว เนื่องจากอาวุธนี้ช่วยให้ฝ่ายกบฏฮูตีได้เปรียบขึ้นในสงครามเยเมน
ภาพที่หลายฝ่ายจดจำคือการลอบสังหารอันอุกอาจ ย้อนไปเมื่อ 10 มกราคม ปี 2019 ในขณะที่ทหารของรัฐบาลเยเมนกำลังทำพิธีสวนสนาม จู่ๆ โดรนลึกลับก็บินเข้ามายังฐานทัพในจังหวัดลาฮิจทางตอนใต้
ทหารเบื้องล่างมองตามเสียงหึ่งๆ จากนั้นก็เกิดระเบิดกลางอากาศ สะเก็ดระเบิดกระจายไปทุกทิศทางคร่าชีวิตนายทหารไปหลายสิบราย นับเป็นความสำเร็จแรกของฮูตีในการสังหารศัตรูด้วยโดรน
หลังจากนั้นกบฎฮูตีก็ใช้โดรนเรื่อยมา ปัจจุบันคาดกันว่า กบฏฮูตีมีโดรนที่ใช้โจมตีทั้งหมด 8 รุ่น แต่รุ่นที่โจมตีได้ไกลที่สุดคือ ซัมหมัด 2 และซัมหมัด 3 ที่มีระยะการโจมตีมากสุดราว 1,500 กิโลเมตร
อีกรุ่นที่โดดเด่นคือ ชาเฮด 129 ขนาดใกล้เคียงกับโดรนพรีเดเตอร์ของสหรัฐฯ อิหร่านอ้างว่าโดรนรุ่นนี้มีระยะการโจมตีมากถึง 1,700 กิโลเมตร และที่ผ่านมาถูกใช้งานในสงครามซีเรีย
การมีอยู่ของโดรนหลากหลายรุ่นสะท้อนว่าโดรนราคาประหยัดที่กลุ่มติดอาวุธสามารถนำไปต่อยอดได้กำลังสร้างความหวาดหวั่นให้นานาชาติ เพราะตั้งแต่กบฏฮูตีในเยเมน นักรบฮามาสในกาซา ไปจนถึงกองกำลังติดอาวุธชีอะห์ในอิรัก ล้วนใช้โดรนจากอิหร่านทั้งสิ้นและล่าสุด โดรนอาจเป็นตัวช่วยที่ทำให้รัสเซียกลับมาได้เปรียบในสงครามอีกครั้ง
กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า อิหร่านเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโดรนในเมืองคาชาน โดยมีรัสเซีย, เบลารุส และอาร์เมเนียเข้าร่วม
การแข่งขันมีชื่อว่า Falcon Hunting 2022 เป็นส่วนหนึ่งของเกมการทหารประจำปีที่รัเสเซียเป็นผู้ริเริ่มในปี 2015เป้าหมายของงานนี้คือการเสริมสร้างความร่วมมือและมิตรภาพที่ดีต่อกัน
ด้านวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก็เพิ่งจะเดินทางเยือนอิหร่าน เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา งานที่ไปเยือนคือการประชุมเพื่อแก้ไขวิกฤตซีเรีย ร่วมกับประธานาธิบดีเรเจป เทย์ยิป เออร์โดกันของตุรกี และอิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่าน อย่างไรก็ตามมีความกังวลว่า รัสเซียอาจกำลังติดต่อเจรจาซื้อขายอาวุธจากอิหร่าน
และทางรัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ระบุว่า พวกเขาพบข้อมูลว่าอิหร่านกำลังเตรียมที่จะมอบโดรนจำนวนหลายร้อยลำให้กับรัสเซีย
นอกจากนั้นยังมีข้อบ่งชี้อีกประการนอกเหนือจากการเดินทางไปเยือนของผู้นำ นั่นก็คือการที่รัสเซียสร้างดาวเทียมให้กับอิหร่านและเพิ่งจะปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากฐานปล่อยในคาซัคสถาน
หลายฝ่ายคาดว่า รัสเซียอาจใช้ดาวเทียมนี้ช่วยในการทำสงครามยูเครนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดกันว่าความหลากหลายของโดรนอิหร่านจะช่วยให้รัสเซียมีทางเลือกมากขึ้นในการโจมตีสาธารณูปโภคตลอดจนการทำลายอาวุธปืนใหญ่ของยูเครน
รวมถึงอีกสิ่งที่รัสเซียต้องการคือ โดรนซาเฮด-136 ซึ่งเป็นโดรนพลีชีพแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง นอกจากนั้นอิหร่านยังอ้างว่า พวกเขามีโดรนต่อต้านรังสี ที่สามารถตรวจจับเรดาร์ของระบบป้องกันภัยทางอากาศศัตรูได้ และช่วยลดความเสี่ยงให้กับอากาศยานของรัสเซียไม่ให้ถูกโจมตี
อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเองก็กังขาต่อประสิทธิภาพของโดรนอิหร่านว่าเป็นการโฆษณาเกินจริงหรือไม่
ขณะที่รัสเซียพยายามหาตัวช่วยในการทำสงคราม ฝ่ายยูเครนเองก็มีโดรนที่ขึ้นชื่อด้านประสิทธิภาพเช่นกัน
โดรนที่ยูเครนใช้มาจากตุรกี มีชื่อว่า แบย์แรคทาร์ มีความสามารถในการบินความสูงระดับปานกลาง และโจมตีระยะไกลด้วยระเบิดนำวิถี
รัฐบาลยูเครนใช้โดรนจากตุรกีในการทำลายปืนใหญ่ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครนตะวันออกช่วงเดือนตุลาคม ปี 2021 เพียงครั้งนั้นครั้งเดียว ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นอาวุธลับของยูเครนที่ขณะนี้มีอย่างน้อย 20 ลำ
คล้ายคลึงกับอิหร่าน ตุรกีส่งโดรนไปร่วมรบในสงครามซีเรีย ในลิเบีย และในภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค
ชัยชนะในสมรภูมิเหล่านี้กำลังทำให้โดรนของตุรกีได้รับความนิยม อีกทั้งด้วยราคาที่ถูกกว่าโดรนจากสหรัฐฯ ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจำนวนประเทศที่ซื้อโดรนจากตุรกีจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา
และแม้แต่ประเทศสมาชิกนาโตอย่าง โปแลนด์และลิทัวเนีย ก็ซื้อโดรนแบย์แรคทาร์ รวมไปถึงโดรนรุ่นอื่นๆ ของตุรกีเช่นกัน