มีรายงานที่น่าสนใจออกมาจาก หน่วยบริการวิจัยแห่งสภาคองเกรส ซึ่งรายงานนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจชะลดการถล่มอิหร่านออกไปก่อนหรือไม่
โดยหน่วยบริการวิจัยแห่งสภาคองเกรส (CRS) เพิ่งมีการเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2026 โดยระบุรายละเอียดความสูญเสียของกองทัพสหรัฐฯ ในปฏิบัติการ “Epic Fury” (OEF) ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2026 โดยเฉพาะ ความสูญเสียของอากาศยานของกองทัพอากาศ รายงานระบุว่ามีอากาศยานรวม 42 ลำ ที่ถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีดังนี้
- เอ็มคิว-ไนน์ รีปเปอร์ (MQ-9 Reaper) โดรนโจมตี/ตรวจการณ์ 24 ลำ
- เคซี-หนึ่งสามห้า สตราโตแทงก์เกอร์ (KC-135 Stratotanker) เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ 7 ลำ
- เอฟ-15อี สไตรค์อีเกิล(F-15E Strike Eagle) เครื่องบินขับไล่ 4ลำ
- เอ็มซี-หนึ่งร้อยสามสิบเจ เจ คอมมานโด ทู (MC-130J Commando II) เครื่องบินปฏิบัติการพิเศษ 2ลำ
- เอฟ-สามสิบห้าเอ ไลท์นิง ทู(F-35A Lightning II)เครื่องบินขับไล่ล่องหน 1 ลำ
- อี-ทรี เซนทรี หรือ เอแวคส์ (E-3 Sentry (AWACS)เครื่องบินแจ้งเตือนและควบคุมทางอากาศ 1ลำ
- เอ-เท็น ธันเดอร์โบลต์ ทู (A-10 Thunderbolt II) เครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน 1 ลำ
- เอชเอช-60 ดับเบิลยู จอลลี่กรีน ทู (HH-60W Jolly Green II) เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยการรบ 1 ลำ และ
- เอ็มคิว-โฟร์ซี ไทรทัน (MQ-4C Triton) โดรนตรวจการณ์เพดานบินสูง 1 ลำ
รวมทั้งหมด 42 ลำ โดยอุตสาหกรรมการบินประเมินว่ามูลค่าความสูญเสียของฝูงบินเหล่านี้อาจสูงถึง 4,000 - 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายงานนี้ หน่วยบริการวิจัยแห่งสภาคองเกรสต้องไปไล่คุ้ยเอาจาก "ข้อมูลเปิด" จากแหล่งต่างๆ ตามข่าวและโซเซียล เพราะกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน ไม่ยอมส่งข้อมูลให้สภาคองเกรส
ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนนก็มากว่า ความสูญเสียอากาศยาน 42 ลำตามรายงานอาจน้อยกว่าความเป็นจริง ซึ่งหากนับ ตามข้อมูลที่สื่อและนักสังเกตการณ์จับตาดูอยู่ สหรัฐฯ ยังมีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ที่ร่วงและพังอีกที่ไม่มีชื่อในรายงานนี้ เช่น
- เฮลิคอปเตอร์ ซีเอช-47 ชีนุก
- เฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก UH-60
- เฮลิคอปเตอร์ "ซีเอช-53 ซีสตอลเลียน( CH-53 Sea Stallion)
- เฮลิคอปเตอร์จิ๋ว เอ็มเอช-หก ลิตเติลเบิร์ด (MH-6 Little Bird) อีกประมาณ 4 ลำและ
- เครื่องบินเติมน้ำมัน KC-135 อีก 1 ลำ
หากนำตัวเลขที่ตกหล่นเหล่านี้มารวมเข้าไปด้วย ยอดสูญเสียที่แท้จริงของฝั่งสหรัฐฯจะพุ่งทะลุ เกือบ 50 ลำ