จับตา "สี จิ้นผิง" พบ "ปูติน" สัปดาห์นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สงครามในยูเครนดำเนินมาใกล้จะครบ 7 เดือนเต็มแล้ว ตอนนี้สถานการณ์ในสนามรบพลิกผันอีกครั้ง หลังยูเครนใช้ปฏิบัติการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบและยึดพื้นที่ในแคว้นคาร์คีฟคืนมาจากรัสเซียได้เกือบทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ และตอนนี้ทางการยูเครนเริ่มเข้าควบคุมและบริหารพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้แล้ว

เมื่อวานนี้ ( 13 ก.ย.)ในแถลงการณ์สถานการณ์ประจำวัน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนได้กล่าวถึงสถานการณ์ในสนามรบว่า ตอนนี้ยูเครนสามารถควบคุมพื้นที่ราว 4,000 ตารางกิโลเมตรได้แล้ว พร้อมทั้งจับกุมผู้ที่มีส่วนร่วมกับรัสเซียในสงครามครั้งนี้ด้วย

หลังจากที่ยูเครนปลดปล่อยดินแดนของตนเองได้ ก็ได้ปล่อยภาพสถานการณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ออกมา

ภาพจากเขตบาลาเคลีย ในเมืองอีซุม แคว้นคาร์คีฟ จากภาพจะเห็นได้ว่าอาคารบ้านเรือนของประชาชนที่นี่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้

นอกจากนี้ ยังมีภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่รถบรรทุกไปจนถึงรถถัง ที่ทหารรัสเซียทิ้งไว้ก่อนที่หนีตายออกไปจากพื้นที่ขณะที่ยูเครนเข้าโจมตีเมืองนี้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประชาชนในเขตบาลาเคลียแห่งนี้บอกว่า พวกเขาดีใจมากที่ยูเครนสามารถยึดพื้นที่คืนได้ เพราะพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายป่าเถื่อนของกองทัพรัสเซียเป็นเวลานาน

หญิงรายนี้เล่าว่า ลูกชายของเธอถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมทารุณโดยทหารรัสเซีย แม้ว่าเขตบาลาเคลียและอีกหลาย ๆ พื้นที่ของยูเครนจะได้รับการปลดปล่อยเรียบร้อยแล้ว แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่ในแคว้นคาร์คีฟที่ยังอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย

แต่ฮันนา มาลิอาร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมยูเครนกล่าวว่า ยูเครนจะไม่ยอมและจะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ในแคว้นคาร์คีฟต่อไป จนกว่าจะได้แผ่นดินกลับคืนมาครบทุกตารางนิ้ว

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของยูเครนรายงานเมื่อวานนี้ว่า กองทัพยูเครนได้ทำลายโดรนชนิดกามิกาเซ หรือโดนพลีชีพของรัสเซียที่มีชื่อว่า เกรัน-ทู ขณะที่ปะทะกับกองทัพของรัสเซียอยู่ที่เขตคูเปียนสก์ ในแคว้นคาร์คีฟ

ซึ่งโดรนตัวที่ถูกทำลายนี้ มีลักษณะตรงช่วงปีกเหมือนกับโดรนกามิกาเซ่รุ่น Shahed-136 ที่ผลิตโดยบริษัทสัญชาติอิหร่าน

ทำให้หลายฝ่ายให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า สิ่งที่สหรัฐฯ เคยออกมาระบุว่ารัสเซียสั่งซื้อโดรนจากรัฐบาลอิหร่าน ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องจริง

และโดรนลำนี้เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า การทดสอบการบินโดรนของอิหร่านเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ก็เป็นไปเพื่อทดสอบความพร้อมก่อนส่งมอบให้รัสเซียนำไปใช้ในการรุกรานยูเครน

นอกจากการทำลายโดรนพลีชีพในแคว้นคาร์คีฟแล้ว เมื่อวานนี้กระทรวงมหาดไทยของยูเครนได้เผยแพร่วิดีโอการซ้อมรบของทหาร และหน่วยรักษาดินแดนของยูเครนในพื้นใกล้กับชายแดนของประเทศเบลารุสเช่นกัน

โดยทางการระบุเหตุผลของการซ้อมรบในครั้งนี้ว่าเป็นไปเพื่อปลดปล่อยและเคลียร์พื้นที่จากการยึดครองของศัตรู ตลอดจนเพื่อตรวจจับ สกัดกั้น และกำจัดการรวมตัวของกองทัพฝ่ายรัสเซีย

จะเห็นได้ว่ายูเครนพยายามเดินหน้าโต้กลับฝั่งรัสเซียอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะสามารถยึดและควบคุมพื้นที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ในแคว้นคาร์คีฟคืนได้แล้ว

คาดว่ายูเครนต้องการแสดงให้ชาติตะวันตกเห็นว่า อาวุธและทุกการสนับสนุนถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าในวันที่ชาติตะวันตกต้องเผชิญหน้ากับการคว่ำบาตรด้านพลังงานจากรัสเซีย 

และด้วยปฏิบัติการที่เหนือความคาดหมายของยูเครนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เมื่อวานนี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า จะให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธแก่ยูเครนเพิ่มเติมอีก

วันนี้ (14 ก.ย.) จอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบขาวว่า รัฐบาลจะประกาศให้ความช่วยเหลือชุดใหม่แก่ยูเครนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นอกจากนี้ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ยังบอกกับสื่อว่า ยูเครนสามารถใช้อาวุธที่สหรัฐฯ ส่งไปให้ได้เป็นอย่างดี จนทำให้รัสเซียต้องถอยทัพกลับไป

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมว่ากองทัพรัสเซียก็มีประสิทธิภาพอยู่ และผู้นำรัสเซียยังคงมีกองกำลังในควบคุมอีกจำนวนมาก

ส่วนเรื่องการมองโมเมนตัมและจุดเปลี่ยนในสนามรบ ที่จะนำไปสู่ทางเลือกอื่น ๆ  อย่างการลงนามสงบศึกและตกลงสันติภาพ ทางสหรัฐฯ จะให้ประธานาธิบดีเซเลนสกีพิจารณาเรื่องนี้ด้วยตนเอง ส่วนสหรัฐฯ จะคอยสนับสนุนยูเครนต่อไปเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ดี สงครามในยูเครนถูกลากยาวมา 7 เดือนแล้ว ยูเครนยังคงได้รับอาวุธและเงินในการทำสงครามอย่างต่อเนื่องจากชาติพันธมิตรตะวันตก

ในขณะที่รัสเซียสูญเสียทั้งอาวุธและกำลังพลไปในสงครามไม่น้อย และต้องประสบกับปัญหาในการสนับสนุนการรบเพราะกำลังเผชิญกับความสูญเสียด้านเศรษฐกิจที่เกิดจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก การยุติการส่งก๊าซเพื่อตอบโต้ตะวันตก ตลอดจนการลดปริมาณการน้ำเข้าก๊าซและน้ำมันจากลูกค้ารายใหม่อย่างจีนและอินเดีย ทำให้รัสเซียจำเป็นต้องเจรจากับพันธมิตรใหญ่อย่างจีนอีกครั้ง

ประธานาธิบดีปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน จะไปพบกันที่งานประชุมประจำปีของ “องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้” (Shanghai Cooperation Organization) ซึ่งเป็นการประชุมเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ที่จัดขึ้นที่เมืองซามาร์คานด์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 15-16 กันยายนนี้

การพบกันที่กำลังจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ จะถือเป็นการพบกันครั้งแรกของระหว่างผู้นำรัสเซียและผู้นำจีนนอกประเทศจีน และยังถือเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2019

และเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงได้เดินทางถึงนครนูร์-สุลตัน ประเทศคาซัคสถานและเข้าพบกับประธานาธิบดีคาซึม โจมาร์ท โทคาเยฟ

ตามกำหนดการผู้นำจีนจะเข้าหารือร่วมกับผู้นำคาซัคสถานในวันนี้ ก่อนที่จะออกเดินทางไปเข้าร่วมการประชุม SCO และพบกับผู้นำรัสเซีย ที่อุซเบกิสถานในวันพรุ่งนี้

หลายฝ่ายให้ความสนใจและติดตามการเจรจาระหว่างสองผู้นำในครั้งนี้ เนื่องจากเกิดขึ้นในเวลาที่เป็นจุดเปลี่ยนของทั้งผู้นำรัสเซียและจีน

โดยฝั่งรัสเซียกำลังเพลี่ยงพล้ำในสงครามยูเครน ส่วนฝั่งจีนประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง กำลังจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 จนถึงตอนนี้ ทั้งทางการรัสเซียและจีนก็ยังไม่มีการประกาศหัวข้อและวาระสำคัญในการพบกันของคู่

นักวิเคราะห์ระบุตรงกันว่า การพบกันครั้งนี้เป็นโจทย์ที่ยากสำหรับทั้งจีนและรัสเซีย เพราะทั้งสองฝ่ายมีความต้องการที่ต่างกัน

ฝ่ายผู้นำรัสเซียแสดงท่าทีออกมาชัดเจนว่า “คาดหวัง” ความช่วยเหลือที่ “เป็นรูปธรรม” จากจีนในการพบกันครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือด้านการเมือง

ในขณะที่จีนก็อยู่ในภาวะ “กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” เนื่องจากถ้าให้ความช่วยเหลือรัสเซีย ก็อาจต้องเผชิญการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ที่เผชิญหน้ากับขาลงจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และการระบาดของโควิด-19

ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อในการจะดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง

แต่ถ้าจีนไม่ช่วยเหลือรัสเซียเลย ก็จะทำให้รัสเซียอ่อนแอลง และนาโตจะเข้มแข็งขึ้น เนื่องจากในเวลานี้ รัสเซียเป็นเสมือนไม้ที่คอยคานอำนาจระหว่างฝั่งพันธมิตรจีนและฝั่งพันธมิตรตะวันตก

นอกจากนี้ การวางเฉยของจีนอาจทำให้ทางฝั่งรัสเซียอาจเปลี่ยนนโยบาย “เป็นพันธมิตรแบบไม่จำกัด” ที่เคยสัญญากับจีนไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้จีนเสียประโยชน์โดยเฉพาะด้านการซื้อขายพลังงานราคาถูกจากรัสเซีย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ