โดยนอกจากสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมาชิกราชวงศ์แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ของสำนักพระราชวังทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ในส่วนงานทรัพย์สินส่วนพระองค์ และข้าหลวงใหญ่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จากดินแดนเครือจักรภพที่มีกษัตริย์อังกฤษเป็นพระมุขเข้าร่วมด้วย
ผู้ประกอบพิธีคือเดวิด คอนเนอร์ คณบดีแห่งวินเซอร์ (Dean of Windsor) โดยมีการเทศนาจากจัสติน เวลบี อาร์กบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอร์รี
ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของพิธี ณ โบถส์เซนต์จอร์จ ก็คือการทำพิธีที่เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดรัชกาลของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
พิธีดังกล่าวจะรวมถึงพิธีที่มีความหมายเชิญสัญลักษณ์ถึงการสิ้นสุดรัชกาลของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นั่นคือการเชิญมุงกุฎอิมพีเรียลสเตท รวมถึงคฑาซึ่งมีไว้เพื่อเป็นตัวแทนจองอำนาจและการปกครองของกษัตริย์ และลูกโลกประดับกางเขนที่เป็นสัญลักษณ์ว่ากษัตริย์ได้รับอำนาจมาจากพระเจ้า ออกจากด้านบนของหีบพระบรมศพ
ในตอนท้ายพิธี พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะทรงวางธงกองทหารราบรักษาพระองค์เกรนาเดียบนหีบพระบรมศพ โดยกองทหารราบรักษาพระองค์เกรนาเดียเป็นกองทหารรักษาพระองค์ที่อาวุโสที่สุดในการทำหน้าที่ในพระราชพิธต่างๆ สำหรับพระมหากษัตริย์
ในเวลาเดียวกัน ลอร์ดแชมเบอร์เลน หรือสมุหพระราชวัง ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงสุดของสำนักพระราชวังจะหักคฑาของเขาเป็นเชิงสัญลักษณ์ ก่อนวางไว้บนหีบพระบรมศพ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การสิ้นสุดหน้าที่ของเขาต่อพระองค์ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสที่สุดของสำนักพระราชวัง
หลังจากนั้น ก็จะอัญเชิญพระบรมศพของพระองค์ลงไปยังห้องประดิษฐานพระบรมศพที่ใช้ใต้ดินของโบสถ์เซนต์จอร์จ (Royal Vault) ขณะที่เจ้าพนักงานแตรจะบรรเลงเพลงก่อนจะมีการสวดและร้องเพลง God Save the King โดยสำนักพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า การแสดงของเจ้าพนักงานแตรที่พระราชวังวินเซอร์ เป็นสิ่งที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงขอเป็นการส่วนพระองค์
ทั้งนี้ พิธีที่โบสถ์เซนต์จอร์จจะเสร็จสิ้นลงในเวลา 16.45 น. ตามเวลาในอังกฤษ หรือประมาณ 22.45 น. ตามเวลาบ้านเรา
หลังจากนั้นเวลา 19.30 น. ของอังกฤษ หรือประมาณ 01.30 น.วันที่ 20 ก.ย.ตามเวลาในไทย ก็จะมีพิธีแบบเป็นส่วนพระองค์สำหรับสมาชิกราชวงศ์ เพื่อฝังพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่อนุสรณ์สถานพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งตั้งอยู่ในโบสถ์เซนต์จอร์จ
โดยแผ่นหินอ่อนที่สลักหน้าสุสานของพระองค์จะถูกจารึกข้อความว่า “เอลิซาเบธ ที่สอง 1926-2022” ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ประสูติจนถึงสวรรคตนั่นเอง