ทีมนักอนุรักษ์ทางทะเลของรัฐแทสเมเนีย ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุวาฬเกยตื้นหมู่บริเวณชายหาดโอเชียน ใกล้กับอ่าวแมคควอรี
จากการตรวจสอบพบว่า เป็นวาฬนำร่องประมาณ 230 ตัว ซึ่งคาดว่ายังเหลือมีชีวิตอยู่อีกเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กำลังประเมินสถานการณ์และหาทางช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งหากประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ ก็จะเร่งประสานต่อไป แต่เบื้องต้น ขอความร่วมมือชาวบ้านอย่าเข้าไปใกล้วาฬหรือซากวาฬ เนื่องจากถือเป็นสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครอง
วาฬหลังค่อมโผล่ขึ้นจากน้ำ ทิ้งตัวฟาดเรือตกปลาในสหรัฐฯ
การเกยตื้นหมู่ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่วัน หลังจากโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย พบซากวาฬสเปิร์ม หรือวาฬหัวทุย เพศผู้อายุน้อย 14 ตัว นอกชายฝั่งเกาะคิงไอส์แลนด์ ซึ่งวาฬทั้งหมดตายไปก่อนแล้ว ตั้งแต่ได้รับรายงานครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) และผู้เชี่ยวชาญอยู่ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อสืบสวนหาสาเหตุ
ส่วนตอนนี้ ทางการกำลังพิจารณาว่าจะเคลื่อนย้ายซากวาฬเหล่านี้อย่างไร แต่คาดว่าน่าจะปล่อยให้เน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่เป็นโขดหินอาจเป็นอุปสรรคต่อรถยนต์ที่จะเข้าไปลากซากวาฬออกไป
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า บ่อยครั้งที่สาเหตุของการเกยตื้นมาจากความโชคร้าย วาฬเหล่านี้อาจหากินใกล้ชายฝั่งมากจนเกินไป และเกยตื้นเมื่อระดับน้ำลดลง
ที่ผ่านมา เคยมีเหตุวาฬเกยตื้นตายคล้ายๆ กันนี้ ตามชายฝั่งเกาะคิงไอส์แลนด์มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกยตื้น
ภาพจาก AFP, Twitter/MonteBovill