เมื่อวานนี้ (26 ก.ย.) ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ลงนามกฤษฎีกาอนุมัติมอบสัญชาติรัสเซียให้กับ “เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน” อดีตลูกจ้างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ที่ลี้ภัยไปอยู่ที่รัสเซียตั้งแต่ปี 2013 โดยสโนว์เดน เป็น 1 ในกลุ่มชาวต่างชาติจำนวน 75 คนที่มีชื่ออยู่ในกฤษฎีกาดังกล่าว
สำหรับสโนว์เดนนั้น ถูกดำเนินฐานคดีจารกรรมข้อมูล หลังนำเอกสารความลับทางราชการเกี่ยวกับระบบการสอดแนมต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
ปูตินสั่งระดมกำลังพลสำรอง 3 แสนนาย เหมือนเอาชีวิตคนไปทิ้ง?
ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัสเซียอนุมัติสถานภาพผู้พำนักอาศัยถาวรให้สโนว์เดนเมื่อปี 2020 โดยสโนว์เดนเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตนมีแผนจะยื่นเรื่องของสัญชาติรัสเซีย แต่จะไม่สละสัญชาติอเมริกัน
ขณะที่ อนาโตลี คูเชเรนา ทนายความของสโนว์เดน ให้สัมภาษณ์กับสื่อรัฐบาลรัสเซียว่า ลินซีย์ มิลส์ ภรรยาของ สโนว์เดน ซึ่งมาอาศัยอยู่ที่รัสเซียกับสามี มีแผนจะยื่นเรื่องขอพาสปอร์ตรัสเซียเช่นกัน
ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันในปี 2020 ขณะอยู่ในรัสเซีย ทำให้ลูกชายของพวกเขามีสถานะเป็นพลเมืองรัสเซีย สโนว์เดนและภรรยาจึงต้องการสัญชาติรัสเซีย เพื่อที่จะได้ไม่ถูกแยกจากลูกในกรณีใด ๆ ก็ตาม
โฆษกเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ บอกว่า สโนว์เดนได้รับสัญชาติรัสเซียอันเป็นผลมาจากคำขอของเขาเอง
“หลังจากหลายปีที่ต้องแยกจากพ่อแม่ของเรา ภรรยาและผมก็ไม่ต้องการที่จะแยกจากลูกชายของเรา หลังจากรอมา 2 ปีและเกือบ 10 ปีที่ต้องถูกเนรเทศมา ความมั่นคงเล็กน้อยนี้จะสร้างความแตกต่างให้ครอบครัวของเรา ผมขอความเป็นส่วนตัวสำหรับพวกเขาและเราทุกคน” สโนว์เดนทวีตเมื่อวานนี้
ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทางการสหรัฐฯ ต้องการให้มีการส่งตัวสโนว์เดนกลับสหรัฐฯ เพื่อรับการพิจารณาคดีอาญาในข้อหาจารกรรม
เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะการเป็นพลเมืองอเมริกันของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน แต่ “จุดยืนของเราไม่เปลี่ยนแปลง สโนว์เดนควรกลับมายังสหรัฐฯ และควรได้รับความยุติธรรมเหมือนที่พลเมืองอเมริกันคนอื่น ๆ จะต้องเผชิญ”
อย่างไรก็ตาม สโนว์เดนเคยระบุในปี 2019 ว่า ตนยินดีที่จะกลับไปสหรัฐฯ หากได้รับการรับรองว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี
ไพรซ์เสริมว่า “สิ่งที่จะเปลี่ยนไปคือ ผลจากสัญชาติรัสเซียของเขา ทำให้ในตอนนี้เขาอาจถูกเกณฑ์ให้สู้รบในสงครามในยูเครน”
คูเชเรนากล่าวว่า สโนว์เดนจะไม่ถูกเรียกให้ไปประจำการในกองทัพ เนื่องจากเขาไม่มีประสบการณ์ในกองทัพรัสเซียมาก่อน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP