สาเหตุที่ทำให้เกิดพายุบ่อย และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น


โดย PPTV Online

เผยแพร่




อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดพายุบ่อยและพายุที่เกิดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น คำตอบคือ เกิดจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเกิดจากอะไร

เกิดจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์  ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจะไปปิดกั้นแสงอาทิตย์ไม่ให้สะท้อนกลับสู่ชั้นบรรยากาศ ความร้อนที่ถูกเก็บกักไว้ในโลกส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกสูงขึ้น

อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เริ่มขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงที่มีการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ตามมาด้วยการเผาผลาญพลังงานฟอสซิลอย่างถ่านหินและน้ำมันอย่างบ้าคลั่ง

มาแล้ว! “พายุโนรู” อุตุฯ ประกาศเตือนฉบับที่ 15 ระวังอันตรายฝนตกหนัก

เวียดนาม สำรวจความเสียหาย หลัง"พายุโนรู" ถล่ม

ตั้งแต่วันที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ปัจจุบันอุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกสูงขึ้นแล้ว 1.1 องศาเซลเซียสนี่คือที่มาของความปั่นป่วนของสภาพอากาศในขณะนี้ เพราะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้น้ำทะเลอุ่นขึ้น

น้ำทะเลที่อุ่นคือยาชูกำลังของพายุ โดยเฉพาะประเภทที่ก่อตัวโดยอาศัยพลังน้ำจากมหาสมุทรเช่น เฮอริเคนหรือไต้ฝุ่นยิ่งน้ำทะเลอุ่นมากเท่าไหร่ พายุก็จะยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น ความทรงพลังของพายุอาจมาพร้อมกับฝนที่รุนแรงหรือมากขึ้นด้วย

เพราะอะไร เนื่องจากความร้อนจะทำให้น้ำระเหยกลายเป็นไอขึ้นไปสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศ ยิ่งโลกร้อนมากขึ้นเท่าไหร่น้ำก็จะไปสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้น ส่งผลให้มีการเพิ่มไอน้ำให้กับก่อนเมฆและกลั่นตัวเป็นปริมาณฝนที่มากและแรงขึ้น

นี่คือภาพที่กำลังเกิดขึ้นกับเฮอริเคน ไต้ฝุ่น ที่กำลังกระหน่ำในหลายภูมิภาคของโลกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงหนังตัวอย่างเท่านั้น

ข่าวร้ายก็คือ ถ้าไปแตะ 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อไหร่ โลกจะปั่นป่วนมากกว่านี้ ทั้งนี้กรอบเวลาที่ให้โอกาสมนุษย์ในการควบคุมไม่ให้อุณหภูมิของโลกแตะ 1.5 องศามีไม่มากนัก

รายงานการศึกษาของ IPCC หรือ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศศึกษา ซึ่งเป็นการทำงานของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกว่า 3,000 คน ได้เผยแพร่รายงานเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการประชุมโลกร้อนหรือ Cop26 ที่สกอตแลนด์

รายงานนี้เป็นรายงานที่มีความละเอียดและครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีการทำมา มีความยาว 42 หน้า ใช้เวลาจัดทำถึง 8 ปี

รายงานนี้ระบุว่า ด้วยอัตราการปลดปล่อยก๊าซเท่าปัจจุบัน มนุษยชาติเหลือเวลาอีกเพียง 11 ปีเท่านั้นในการแก้ไขปัญหา ก่อนที่โลกจะเข้าสู่จุดที่ไม่สามารถหวนกลับหรือ Tipping Point

ถ้าถึงจุดนั้นจะเกิดอะไรขึ้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ สภาพอากาศแบบสุดขั้ว มนุษย์จะได้เห็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงและเกิดถี่ขึ้น พายุจะถี่และแรงขึ้น ฝนตกหนักขึ้นทั่วโลก แทบทุกพื้นที่จะเผชิญภัยแล้งรุนแรงขึ้น และจะเกิดเหตุการณ์ที่ทวีปอาร์กติก เกือบจะไม่เหลือน้ำแข็งอยู่เลย อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนถึงปี 2050

เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น บรรดาเมืองและประเทศที่อยู่ริมชายฝั่งจะเจอกับหายนะ ในรายงานนี้ของ IPCC ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับระดับน้ำทะเล

โดยนักวิทยาศาสตร์ของ IPCC ได้จัดทำแบบจำลองสถานการณ์ที่ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกระดับ และพวกเขาไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่น้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง 2 เมตรภายในปี 2100 หรือเร็วกว่านั้น

คำถามคือ เรามีโอกาสที่จะหยุดไม่ให้โลกไปถึงจุดนั้นหรือไม่ คำตอบคือมี แต่โอกาสน้อยลงทุกที

รายงานการศึกษาของ IPCC ชิ้นนี้ชี้ว่า ขณะนี้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าช่วงใดๆ ในรอบ 2,000 ปีและด้วยอัตรานี้คาดกันว่า ภายในเวลาไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า อุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นแตะ 1.5 องศาเซลเซียสอย่างแน่นอน

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ