ดร.แคโรลีน อาร์. เบอร์ทอซซี (Carolyn R. Bertozzi) นักเคมีหญิงชาวอเมริกัน ดร.มอร์เทน เมลดัล (Morten Meldal) นักเคมีชาวเดนมาร์ก และดร. คาร์ล แบร์รี ชาร์ปเลสส์ นักเคมีชาวอเมริกัน คว้ารางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2022 นี้ไปครองร่วมกัน
โดยผลงานที่ทำให้พวกเขาคว้ารางวัลมาได้ คือการวางรากฐานให้แก่คลิกเคมี (Click Chemistry) หรือเทคนิคในการสังเคราะห์และเชื่อมโมเลกุลเข้าด้วยกัน แบบเดียวกับกลไกของเซลล์สิ่งมีชีวิต และปฏิกิริยาเคมีแบบโอออร์โธโกนอล
นักข่าวรัสเซียขายเหรียญรางวัลโนเบล ช่วยเด็กพลัดถิ่นจากสงครามยูเครน
ผลงานของทั้ง 3 คน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำแผนที่เซลล์ ติดตามกระบวนการทางชีวภาพ และยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนายารักษามะเร็ง
คณะกรรมการผู้มอบรางวัลโนเบล ระบุว่า งานของนักเคมีทั้ง 3 คน ช่วยให้เราสามารถนำหลักเคมีมาใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิต และทั้ง 3 คน ยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อแวดวงวิทยาศาตร์
ซึ่งทุกคนจะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เหรียญรางวัลโนเบล และแบ่งเงินรางวัล 10 ล้านโครนาสวีเดน หรือราว 34 ล้านบาท
ส่วนรางวัลโนเบลสาขาวรรรณกรรมประจำปีนี้ ตกเป็นของ อานนี แอร์โน (Annie Ernaux) นักเขียนชาวฝรั่งเศส วัย 82 ปี โดยผลงานของเธอส่วนใหญ่เป็นแนวอัตชีวประวัติ
คณะกรรมการรางวัลโนเบลระบุว่า แอร์โนได้รับรางวัลเนื่องจากความกล้าหาญและความเฉียบแหลมที่เธอใช้เพื่อตีแผ่รากเหง้า ความบาดหมาง และความอดกลั้นของส่วนรวม จากความทรงจำส่วนตัวของเธอ โดยแอร์โนได้สำรวจชีวิตที่อยู่ภายใต้ความแตกต่างรุนแรงในเรื่องเพศ ภาษา และชนชั้น อย่างคงเส้นคงวาจากแง่มุมต่าง ๆ
ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมก่อนหน้านี้ หลายคนมีผลงานที่รู้จักกว้างขวางแล้ว แต่ขณะเดียวกัน รางวัลนี้ก็ทำให้นักเขียนที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่าได้รับความสนใจจากสื่อมากขึ้นและมีชื่อเสียงไปทั่วโลกได้ ส่วนนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก ๆ อยู่แล้ว รางวัลโนเบลก็ยิ่งช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอีก
และบางครั้งรางวัลโนเบลสาขานี้ก็มอบให้แก่นักเขียนนอกกระแส เช่น นักปรัชญาฝรั่งเศส อ็องรี แบร์กซง ในปี 1927 วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีอังกฤษในปี 1953 และบ๊อบ ดีแลน นักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกันในปี 2016
ทั้งนี้ แอร์โนถือเป็นผู้หญิงคนที่ 17 ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม จากผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 119 คน ตั้งแต่ปี 1901
ภาพจาก AFP