เมื่อคืนวันจันทร์ (20 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯ ดมิทรี มูราตอฟ นักข่าวชาวรัสเซีย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2021 ได้จัดการประมูล “ขายเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของตัวเอง” เพื่อนำรายได้มอบให้กับยูนิเซฟซึ่งจะถูกนำไปช่วยเหลือเด็กที่พลัดถิ่นจากสงครามในยูเครนต่อไป
โดยผลการประมูลออกมาว่า เหรียญรางวัลของมูราตอฟถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 103.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.6 พันล้านบาท) ซึ่งทำลายสถิติราคาขายเหรียญรางวัลโนเบลเดิมที่มีคนเคยทำไว้
ยูเครนผ่านกฎหมายใหม่ สั่งแบน “หนังสือ-เพลง” ของรัสเซีย
มีการประเมินว่า โดยปกติ หากนำเหรียญรางวัลโนเบลมาขายตามน้ำหนัก มูลค่าจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 350,000 บาท)
ก่อนหน้านี้ เหรียญรางวัลโนเบลที่ถูกประมูลขายในราคาสูงที่สุดเป็นเหรียญของ เจมส์ วัตสัน หนึ่งในผู้ค้นพบโครงสร้างดีเอ็นเอ ได้รางวัลมาเมื่อปี 1962 และในปี 2014 ได้มีการนำเหรียญของเขามาประมูลขายจบที่ราคา 4.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 168 ล้านบาท)
มูราตอฟ ได้รับรางวัลเหรียญทองโนเบลในเดือน ต.ค. 2021 เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์อิสระของรัสเซีย โนวายา กาเซตา (Novaya Gazeta) และเป็นหัวหน้าบรรณาธิการของสำนักข่าวดังกล่าว แต่ถูกปิดตัวลงในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา จากการปราบปรามสื่อของรัฐบาลรัสเซียภายหลังการรุกรานยูเครน
มูราตอฟได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ “สำหรับความพยายามในการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับประชาธิปไตยและสันติภาพที่ยั่งยืน”
โดยคณะกรรมการโนเบลยกย่อง “บทความวิพากษ์วิจารณ์รัสเซีย” ของ โนวายา กาเซตา ในหัวข้อต่าง ๆ ตั้งแต่การทุจริต ความรุนแรงของตำรวจ การจับกุมประชาชนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การฉ้อโกงการเลือกตั้ง และการใช้กองกำลังทหารของรัสเซียทั้งในและนอกรัสเซีย
การประมูลขายเหรียญรางวัลโนเบลของตัวเองเป็นความคิดของมูราตอฟเอง โดยก่อนหน้านี้เขาได้บริจาคเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.6 ล้านบาท) ให้กับยูนิเซฟ เขากล่าวว่า แนวคิดของการบริจาคครั้งนั้นคือเพื่อให้โอกาสแก่เด็ก ๆ ที่ต้องลี้ภัยในอนาคต
มูราตอฟกล่าวว่า เขากังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับเด็กที่กำพร้าเนื่องจากความขัดแย้งในยูเครน “เราต้องการคืนอนาคตให้กับพวกเขา”
มูราตอฟกล่าวว่า “นี่ต้องกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นแบบอย่างเพื่อให้ผู้คนประมูลทรัพย์สินอันมีค่าของพวกเขาเพื่อช่วยเหลือชาวยูเครน”
มูราตอฟวิจารณ์รัสเซียอย่างหนักมาตั้งแต่มีการผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2014 และรวมถึงวิจารณ์การรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ.
นับตั้งแต่ วลาดิเมียร์ ปูติน ขึ้นสู่อำนาจเมื่อ 20 กว่าปีก่อน มีนักข่าวมากกว่า 20 รายถูกสังหาร ซึ่งอย่างน้อย 4 รายในนี้ เคยทำงานให้กับหนังสือพิมพ์ของมูราตอฟ
เรียบเรียงจาก AP
ภาพจาก AFP
"โคลอมเบีย" ได้ปธน.คนใหม่ เป็นอดีตกบฏฝ่ายซ้าย
จีนโชว์ศักยภาพ ทดสอบระบบสกัดขีปนาวุธภาคพื้นดิน
โควิดวันนี้ (21 มิ.ย.65) ป่วยใหม่ลดลง 1,714 ปอดอักเสบเพิ่ม 631 ราย