"โคลอมเบีย" ได้ปธน.คนใหม่ เป็นอดีตกบฏฝ่ายซ้าย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ผลการเลือกตั้งผู้นำคนใหม่ของโคลอมเบียอย่างไม่เป็นทางการออกมาแล้ว ชัยชนะเป็นของ กุสตาโว เปรโตร ผู้สมัครจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายที่ชูนโยบายต่อสู้กับความไม่เสมอภาค ให้ทุกคนเรียนฟรี พร้อมจัดสรรเงินบำนาญใหม่

นับเป็นครั้งแรกที่โคลอมเบียจะมีประธานาธิบดีเป็นนักการเมืองจากฝ่ายซ้าย รวมถึงเส้นทางการเมืองของ กุสตาโว เปโต นั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าที่ผู้นำคนใหม่นี้เคยเป็นสมาชิกกลุ่มกบฏที่ต่อสู้กับรัฐบาลโคลอมเบียช่วงทศวรรษ 1980

เมื่อคืนวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา บรรยากาศของเวทีพรรคฮิวเมนโคลอมเบีย เต็มไปด้วยเสียงกู่ร้องยินดีและแสงสว่างจากพลุฉลองเนื่องจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่อย่างไม่เป็นทางการ 

UAE เลือก มกุฎราชกุมาร แห่งอาบูดาบีเป็น ปธน.คนใหม่

"ศรีลังกา"ยกเลิกเคอร์ฟิวชั่วคราว แต่งตั้งนายกฯคนใหม่

บ่งชี้ว่า ผู้ชนะคือ กุสตาโว เปโตร ได้คะแนนเสียงไปร้อยละ 50.5 เอาชนะคู่แข่งคนสำคัญที่เป็นตัวเต็งอย่าง โรดอลโฟ เฮอร์นันเดซ ที่ได้คะแนนเสียงร้อยละ 47.3

ว่าที่ผู้นำคนใหม่กล่าวสุนทรพจน์แรกในฐานะประธานาธิบดีต่อหน้าผู้สนับสนุน ระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว และเป็นความเปลี่ยนแปลงที่โคลอมเบียต้องละทิ้งความเกลียดชังและความแตกแยกไว้เบื้องหลัง

เมื่อคืนที่ผ่านมามีผู้สนับสนุนหลายพันคนไปร่วมลุ้นผลการเลือกตั้ง และร่วมดีใจไปกับเปโตรด้วย

หลายคนระบุว่า ชัยชนะในค่ำคืนนี้พวกเขาเฝ้ารอมานานถึง 40 ปี เพราะมีแต่ฝ่ายซ้ายเท่านั้นที่จะนำพาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้

กุสตาโว เปโตร ปัจจุบันอายุ 62 ปี การต่อสู้ทางการเมืองของเขาเริ่มต้นตั้งแต่วัยหนุ่ม ในช่วงอายุไม่ถึงยื่สิบปี เปรโตรเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชื่อว่า M-19 ชื่อนี้ย่อมาจากคำว่า 19th of April Movement โคลอมเบียในยุคสมัยนั้นมีสงครามกลางเมือง

ย้อนไปในทศวรรษ 1960 เกิดความขัดแย้งจากพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคเสรีนิยม ทั้งสองฝ่ายต่อสู้ห่ำหั่นกันอย่างหนักทั้งทางกายภาพและอุดมการณ์ ก่อนที่พรรคอนุรักษ์นิยมจะเป็นฝ่ายชนะในปี 1970

บรรดาสมาชิกพรรคเสรีนิยมต้องหนีเข้าป่าและผันตัวมาเป็นกลุ่มกองโจร กลุ่มที่ตั้งเป้าต่อสู้รัฐบาลโคลอมเบียมีมากมาย ใหญ่ที่สุดคือกบฏฟาร์ก ดำเนินการรบแบบกองโจร โดยสมาชิกส่วนใหญ่คือ ผู้ฝักใฝ่ในลัทธิคอมมิวนิสต์และชาวไร่ชาวนาในชนบทที่มีฐานะยากจน

กลุ่ม M-19 คือหนึ่งในนั้น ก่อตั้งขึ้นในปี 1974 หลังไม่พอใจผลการเลือกตั้งในปี 1970 ที่ถูกมองว่าเกิดการโกงกันอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้สมาชิกกลุ่มหันมาจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลที่ถูกมองว่าขึ้นสู่อำนาจอย่างไม่โปร่งใส

ปี 1985 เปโตรถูกจับกุม จากข้อหาครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย และต้องโทษจำคุกทหารอยู่นาน 18 เดือน การถูกจับกุมเกิดขึ้นหลังกลุ่ม M-19 ก่อเหตุโจมตีอาคารที่ทำการศาลในกรุงโบโกตา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 96 ราย

เปโตร ปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้ร่วมโจมตี ช่วงเวลาที่ติดคุกทำให้อุดมการณ์ของเขาเปลี่ยนแปลง เปรโตรมองว่า ไม่ใช่อาวุธที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการแก้ไขที่ระบบ และตัวเขาต้องเข้าไปในระบบนั้น

ปี 1987 เปโตรได้รับการปล่อยตัว จากนั้นไม่นานในปี 1989 กลุ่ม M-19 ก็ลงนามข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาล ผันตัวมาเป็นกลุ่มการเมือง มีที่นั่งจำนวนหนึ่งในสภาล่าง

ปี 2002 เปโตรได้รับเลือกให้เป็นส.ส. ในสภาล่าง ในนามของพรรคการเมืองใหม่ เวียอัลเทอนา ที่เขาก่อตั้งขึ้นร่วมกับอดีตสมาชิกกลุ่ม M-19

และต่อมาในปี 2006 เปโตรก็ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นสว. และได้เป็นนายกเทศมนตรีกรุงโบโกตาในปี 2011

ส่วนเส้นทางสู่ประธานาธิบดีนั้น เปโตรลงสมัครมาแล้วสามครั้งในปี 2010, 2018 และ 2022 ล่าสุด เปโตรชูนโยบายความเท่าเทียม ที่ตัวเขาให้คำมั่นสัญญาว่าต้องการเปลี่ยนสังคมและเศรษฐกิจของโคลอมเบีย

ทั้งยังต้องการแก้ไขความเสมอภาคด้วยนโยบายจัดสรรเงินบำนาญใหม่ หรือนโยบายเรียนมหาวิทยาลัยรัฐฟรีเป็นต้น รวมถึงระบุว่า จะให้ความสำคัญกับชนกลุ่มน้อย อย่าง ผู้หญิง และบรรดาชนพื้นเมือง

นอกจากนั้นยังดำเนินนโยบายที่ผิดแผกไปจากกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้าย เช่น การสนับสนุนความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ หรือสนับสนุนพลังงานสะอาด อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นต้น

อีกนโยบายที่น่าสนใจคือการแก้ปัญหายาเสพติด และความรุนแรงจากแก๊งค้ายา ปโตรย้ำว่า ไม่ต้องการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา และหากชนะการเลือกตั้ง เขาจะแทนที่ไร่โคคา สารตั้งต้นในการผลิตโคเคนที่ปลูกกันทั่วประเทศ ด้วยกัญชาถูกกฎหมาย และในอนาคตโคลอมเบียจะส่งกัญชาเหล่านี้ไปยังสหรัฐฯ และยุโรปนำเงินเข้าประเทศ

หลังปี 2016 ที่โคลอมเบียอนุมัติกัญชาเพื่อการแพทย์ รายงานระบุว่า ประเทศมีรายได้มหาศาลจากการเปลี่ยนข้อกฎหมายนี้ มาวันนี้เปโตรต้องการจะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น

ส่วนปัญหาใหญ่ของประเทศอย่าง กลุ่มกบฏกองโจร เปโตรระบุว่า จะยังคงดำเนินตามข้อตกลงสันติภาพในปี 2016 และหาทางเจรจากับกลุ่มกบฏ ELN กบฏกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงอยู่ในป่า

รวมถึงอีกความเปลี่ยนแปลงที่เขาต้องการทำคือ ปรับโครงสร้างระบบตำรวจเสียใหม่ และให้ตั้งศาลพิเศษในการพิจารณาคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มกบฏกองโจร

หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา หลายคนร่วมแสดงความยินดี ไม่ว่าจะเป็น โรดอลโฟ เฮอร์นันเดซ คู่แข่งที่แพ้ไปเพียงไม่กี่คะแนน และอิวาน ดูเก ประธานาธิบดีโคลอมเบียคนปัจจุบัน

นอกจากนั้นยังมีถ้อยคำแสดงความยินดีจากสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยกย่องความสำเร็จที่โคลอมเบียสามารถจัดการเลือกตั้งได้อย่างโปร่งใสและยุติธรรม  รวมถึงระบุว่า สหรัฐฯ ตั้งตารอที่จะร่วมมือกับผู้นำคนใหม่

ความยินดีอื่นๆ มาจากผู้นำในกลุ่มประเทศภูมิภาคลาติน และเป็นที่สังเกตว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ฝ่ายซ้ายชนะการเลือกตั้งขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศมากขึ้น ตั้งแต่ อาร์เจนตินา, เปรู, ชิลี, เม็กซิโก, ฮอนดูรัส จนมาถึงโคลอมเบียล่าสุด อีกความเปลี่ยนแปลงคือตำแหน่งรองประธานาธิบดี

นี่คือ ฟรานเซีย มาร์เกซ วัย 40 ปี อดีตแม่บ้านที่ผันตัวเข้าสู่เส้นทางการเมือง และชัยชนะของเปโตรทำให้โคลอมเบียกำลังจะมี รองประธานาธิบดีเป็นผู้หญิงผิวดำครั้งแรก

มาร์เกซต้องการเป็นกระบอกเสียงให้กับคนผิวดำและคนพื้นเมืองที่ถูกเลือกปฏิบัติในประเทศนี้

กุสตาโว เปโตร จะเข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ต้องติดตามกันต่อว่าโคลอมเบียโฉมใหม่ภายใต้การนำครั้งแรกของนักการเมืองฝ่ายซ้ายทั้งยังเป็นอดีตกบฏกองโจรจะเป็นอย่างไร

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า หลายนโยบายของเปโตรอาจเกิดขึ้นได้ยาก โดยเฉพาะนโยยบายการลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง เพื่อเปลี่ยนประเทศให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น ซึ่งจะกระทบกับธุรกิจและเศรษฐกิจของโคลอมเบีย

เนื่องจากตัวเขาเข้าสู่สภาด้วยคะแนนเสียงที่ผ่านครึ่งมาเพียงไม่มาก ดังนั้นแล้วที่นั่งอื่นๆ จึงเป็นของพรรคอื่น ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกดดันและความชะงักงันทางการเมือง และเป็นความท้าทายสำหรับผู้นำคนใหม่ที่ได้ตำแหน่งมาอย่างเฉียวชิว ไม่ใช่ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ