“ทรัมป์” เปลี่ยนท่าที เชิญผู้นำโคลอมเบียเยือนทำเนียบขาว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทรัมป์เชิญประธานาธิบดีโคลอมเบียเยือนทำเนียบขาว ไม่กี่วันหลังจากขู่จะเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อโคลอมเบียเพื่อกำจัดยาเสพติด

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน ต่อโคลอมเบียและประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร โดยกล่าวว่าได้สนทนาทางโทรศัพท์กันอย่างเป็นมิตร และเขายังได้เชิญผู้นำประเทศในอเมริกาใต้แห่งนี้มาเยือนทำเนียบขาวด้วย

“นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ผู้ซึ่งโทรมาเพื่ออธิบายสถานการณ์ยาเสพติดและความขัดแย้งอื่น ๆ ที่เรามี ผมชื่นชมการโทรและท่าทีของเขา และหวังว่าจะได้พบกับเขาในอนาคตอันใกล้นี้” ทรัมป์ระบุ

“ทรัมป์” เชิญผู้นำโคลอมเบียเยือนทำเนียบขาว Reuters/Sergio Acero
กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบีย

ทรัมป์โพสต์ว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้นนั้นจะจัดขึ้นที่ทำเนียบขาว

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่า “โคลอมเบียก็ป่วยหนักเช่นกัน” และกล่าวหาเปโตรว่า “ผลิตโคเคนและขายให้กับสหรัฐฯ”

ในเวลานั้นทรัมป์กล่าวเสริมเกี่ยวกับเปโตรว่า “เขาคงทำแบบนี้ได้ไม่นานหรอก บอกได้เลย” เมื่อถูกถามว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯ เป็นไปได้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ฟังดูดีนะ”

ต่อมาในวันที่ 7 ม.ค. เปโตรกล่าวปราศรัยต่อหน้าผู้ประท้วงหลายพันคนที่เขาระดมมาเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางทหารของสหรัฐฯ ว่าเขาได้พูดคุยกับทรัมป์เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

“ผมพูดคุยเกี่ยวกับสองเรื่อง คือ เวเนซุเอลาและปัญหาการค้ายาเสพติด” เขากล่าวกับฝูงชนในใจกลางเมืองโบโกตา ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ผู้ประท้วงได้ตะโกนคำขวัญต่อต้านสหรัฐฯ ตามคำสั่งของเปโตร

เปโตรอธิบายต่อประชาชนว่า นักการเมืองโคลอมเบียที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดได้ให้ข้อมูลที่ผิดพลาดแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับประวัติของเปโตรเพื่อทำให้ทรัมป์หันมาต่อต้านเขา

“คนเหล่านั้นเป็นผู้รับผิดชอบต่อวิกฤตนี้ — ขอเรียกว่าวิกฤตทางการทูตหรือวิกฤตทางวาจาในตอนนี้ — ที่ปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และโคลอมเบีย” เขากล่าว

การที่ทรัมป์แสดงท่าทีประนีประนอมกับเปโตรอย่างกะทันหันนั้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประธานาธิบดีโคลอมเบียเคยเรียกปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยที่น่ารังเกียจ เขายังบอกเป็นนัยว่านี่เป็นการกระทำของ “ผู้ค้าทาส” และเป็นเหตุการณ์ที่เทียบได้กับการทิ้งระเบิดปูพรมของนาซีเยอรมนีในปี 1937 ที่เมืองเกอร์นิกา ประเทศสเปน

โคลอมเบียเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดของสหรัฐฯ ในละตินอเมริกามาอย่างยาวนาน เป็นเสาหลักของยุทธศาสตร์ต่อต้านยาเสพติดของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับโคลอมเบีย เพื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ป้องกันกลุ่มกบฏ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบท

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ทรัมป์จะโพสต์ข้อความประนีประนอม ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และโคลอมเบียก็เพิ่มสูงขึ้นมาหลายเดือนแล้ว

ในเดือน ต.ค. รัฐบาลทรัมป์ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเปโตร ครอบครัวของเขา และสมาชิกในรัฐบาลของเขาคนหนึ่ง จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดระดับโลก

ทั้งนี้ โคลอมเบียถือเป็นศูนย์กลางการค้าโคเคนของโลก

ในเดือน ก.ย. สหรัฐฯ ได้เพิ่มโคลอมเบีย ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มากที่สุดในภูมิภาคนี้ เข้าไปในรายชื่อประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในสงครามยาเสพติดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี การกำหนดดังกล่าวส่งผลให้ความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ต่อประเทศนี้ลดลงอย่างมาก

 

เรียบเรียงจาก Associated Press

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ