เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเรียกร้องให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 47 ล้านล้านบาท) ในปี 2027 เพื่อรับมือกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ช่วงเวลาที่ยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่ง”
ตัวเลขดังกล่าวจะสูงกว่างบประมาณปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ 9.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสในเดือน ธ.ค. คิดเป็นเพิ่มขึ้นมากกว่า 60%
“สิ่งนี้จะช่วยให้เราสร้าง ‘กองทัพในฝัน’ ที่เราสมควรได้รับมานานแล้ว และที่สำคัญกว่านั้นคือ จะทำให้เราปลอดภัยและมั่นคง ไม่ว่าจะมีศัตรูใดก็ตาม” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ในอีกโพสต์แยกต่างหาก ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า เขาจะดำเนินการอย่างเข้มงวดกับเงินที่จ่ายให้กับผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ของสหรัฐฯ เว้นแต่บริษัทเหล่านั้นจะเร่งการส่งมอบอาวุธและสร้างโรงงานผลิตใหม่
นักเศรษฐศาสตร์เคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่า ช่องว่างระหว่างรายจ่ายและรายได้ของสหรัฐฯ ได้ถึงระดับที่ไม่ยั่งยืนแล้ว
แต่ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ สามารถบรรลุเป้าหมายงบประมาณด้านกลาโหม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่เขาเสนอได้อย่างง่ายดาย ด้วยเงินที่ได้จากภาษีนำเข้า
ทรัมป์ผลักดันให้สหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมมาตั้งแต่สมัยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก
เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา เขากล่าวว่า บริษัท Raytheon ยักษ์ใหญ่ด้านกลาโหมของสหรัฐฯ เป็นบริษัทที่ตอบสนองต่อความต้องการด้านกลาโหมของอเมริกาได้น้อยที่สุด และเพิ่มการผลิตได้ช้าที่สุด
“Raytheon ต้องเร่งดำเนินการและเริ่มลงทุนในด้านอื่น ๆ เช่น โรงงานและอุปกรณ์ หรือไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ทำธุรกิจกับกระทรวงกลาโหมอีกต่อไป” ทรัมป์ระบุ
เรียบเรียงจาก BBC