หนึ่งในรางวัลโนเบลที่หลายฝ่ายจับตามองในปี 2022 นี้ คือ “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ” เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่คุกรุ่นในช่วงเวลานี้ ทั้งสงครมารัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งคาบสมุทรเกาหลี ความตึงเครียดจีน-ไต้หวัน
และผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพในปีนี้ก็ไม่ผิดความคาดหมาย เพราะเหมือนจะได้รับการพิจารณาจากเหตุการณ์ในยูเครนเป็นหลัก เพราะเป็นอีเวนต์ความขัดแย้งหลักที่สร้างผลกระทบต่อทั้งโลก
ไขความลับวิวัฒนาการมนุษย์ นักวิทย์สวีเดนคว้า “โนเบลสาขาการแพทย์”
โดยผู้คว้ารางวัลนี้มี 1 บุคคล 2 องค์กร ประกอบด้วย นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวเบลารุส อาเลส เบียเลียตสกี, องค์กรสิทธิมนุษยชน Memorial ในรัสเซีย และองค์กรสิทธิมนุษยชนศูนย์เสรีภาพพลเมือง (Center for Civil Liberties) ในยูเครน
คณะกรรมการโนเบลให้เหตุผลการตัดสินครั้งนี้ว่า “เพราะพวกเขาเป็นตัวแทนของภาคประชาสังคมในประเทศบ้านเกิดของพวกเขา ... พวกเขาส่งเสริมสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์อำนาจและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองเป็นเวลาหลายปี”
คณะกรรมการฯ เสริมว่า “พวกเขาใช้ความพยายามอย่างโดดเด่นในการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับอาชญากรรมสงคราม การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้อำนาจโดยมิชอบ ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพและประชาธิปไตย”
สำหรับ เบียเลียตสกี เป็นผู้ก่อตั้ง Viasna องค์กรสิทธิมนุษยชนที่จัดทำเอกสารและประท้วงการใช้การทรมานนักโทษการเมืองของทางการเบลารุส เขาเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มขบวนการประชาธิปไตยในเบลารุสตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 เขาได้ “อุทิศชีวิตของเขาเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและการพัฒนาอย่างสันติในประเทศบ้านเกิดของเขา”
หน่วยงานของรัฐบาลเบลารุสพยายามที่จะปิดปากเบียเลียตสกีมาโดยตลอด และ ณ ปัจจุบัน เขาถูกควบคุมตัวตั้งแต่ปี 2020 โดยไม่มีการพิจารณาคดี
“แม้จะมีความยากลำบากอันยิ่งใหญ่ แต่เบียเลียตสกีก็ไม่ยอมแพ้แม้แต่นิดเดียวในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเบลารุส” คณะกรรมการกล่าว
ส่วนองค์กร Memorial ก่อตั้งขึ้นในปี 1987 โดยนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอดีตสหภาพโซเวียต เพื่อเปิดเผยการล่วงละเมิดและความโหดร้ายของยุคสตาลิน โดยพวกเขาต้องการทำให้แน่ใจว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการกดขี่ของระบอบคอมมิวนิสต์จะไม่ถูกลืม
งานของ Memorial อยู่บนพื้นฐานของแนวคิดที่ว่า การเผชิญหน้ากับอาชญากรรมในอดีตเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันอาชญากรรมใหม่ ๆ โดย Memorial อยู่ในแนวหน้าของความพยายามในการต่อสู้กับการทหารรัสเซีย และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและรัฐบาลตามหลักนิติธรรม
คณะกรรมการโนเบลเน้นย้ำถึงงานขององค์กรนี้ในช่วงสงครามเชเชน ในระหว่างงานรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดและอาชญากรรมสงครามที่กองกำลังรัสเซียและกองกำลังที่สนับสนุนรัสเซียกระทำต่อประชากรชาวเชเชน ซึ่งงานนี้ทำให้หัวหน้า Memorial สาขาเชชเนียต้องเสียชีวิตลง
ส่วนศูนย์เสรีภาพพลเมืองของยูเครน (CCL) ก่อตั้งขึ้นในปี 2007 เพื่อส่งเสริมคุณค่าด้านสิทธิมนุษยชนในยูเครน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศ
คณะกรรมการโนเบลชื่นชมการทำงานของ CCL ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาสังคมของยูเครน และความกดดันต่อเจ้าหน้าที่ยูเครนในการ “ทำให้ยูเครนเป็นประชาธิปไตยที่เต็มเปี่ยม”
CCL ยังมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและบันทึกอาชญากรรมสงครามของรัสเซียต่อประชากรยูเครน นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ. “CCL กำลังเป็นผู้บุกเบิกในการดำเนินคดีกับบุคคลที่มีความผิด” รายงานโนเบลระบุ
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP