รัสเซีย ปล่อยภาพการซ้อมรบของกำลังพลสำรอง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามในยูเครนดำเนินมา 226 วันแล้ว ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะเห็นได้ว่าทางกองทัพยูเครนมีความคืบหน้าในการรบเป็นอย่างมาก โดยสามารถยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางด้านตะวันออกและด้านใต้คืนมาได้หลายแห่ง

อย่างไรก็ดี ยังมีพื้นที่หนึ่งที่กองทัพยูเครนยังไม่สามารถเข้าถึงได้คือ แคว้นซาโปริซเซีย  ที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าซาโปริซเซีย โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ตอนนี้รัสเซียได้อ้างสิทธิ์ในการครอบครอง หลังจากที่กระบวนการผนวกดินแดนขั้นสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์ไป เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ผู้นำยูเครนออกรีบออกมาประณามการกระทำดังกล่าวของรัสเซียทันที

ยูเครน-สหรัฐฯ เตรียมเอาผิดรัสเซีย ฐานะอาชญากรสงคราม

นักเคลื่อนไหว-กลุ่มสิทธิมนุษยชนรัสเซีย-ยูเครน คว้า “โนเบลสันติภาพ”

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.)โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้แถลงประณามว่า รัสเซียกำลังใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ยูเครนและยุโรป

ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นวิกฤตที่น่ากังวลมาก ประธานาธิบดียูเครน ได้แถลงประณามว่า รัสเซียกำลังใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ยูเครนและยุโรป ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นวิกฤตที่น่ากังวลมาก

หลายฝ่ายกังวลเรื่องวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกครั้ง จนผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือ IAEA ต้องไปเยือนยูเครนเพื่อพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว

เมื่อวานนี้ ( 6 ต.ค.) ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการของ IAEA ได้เดินทางไปยังกรุงเคียฟของยูเครน เพื่อหารือร่วมกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ถึงวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย หลังจากที่รัสเซียประกาศว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นของตนเอง

ทั้งคู่หารือร่วมกันนานหลายชั่วโมง ก่อนที่ผู้อำนวยการของ IAEA จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทาง IAEA ยังคงยึดจุดยืนเดิมที่ว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียเป็นของยูเครน และขอให้ยุติการต่อสู้รอบ ๆ พื้นที่โรงไฟฟ้าทันที

ในขณะที่ผู้นำยูเครนและผู้อำนวยการ IAEA พบกันที่กรุงเคียฟเพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับวิกฤตโรงไฟฟ้าอยู่ที่กรุงเคียฟ

หน่วยงานท้องถิ่นของแคว้นซาโปริซเซียรายงานว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนติดกันถึงสองครั้ง จนทำให้เกิดความเสียหายในพื้นที่อย่างหนัก

ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียมของบริษัทแมกซาร์เทคโนโลยี ที่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายของที่พักอาศัยของประชาชน หลังจากถูกรัสเซียโจมตี

ส่วนภาพมุมใกล้ของอาคารดังกล่าว ที่ได้รับความเสียหาย จะเห็นได้ว่าตัวอาคารบางส่วนเกิดไฟไหม้และถล่มลงมา ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของท้องถิ่นต้องเร่งดับเพลิงและเข้าไปตัวอาคารเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต

หน่วยงานกู้ภัยของท้องถิ่นได้ทำการค้นหาผู้รอดชีวิตทั้งคืน และจนถึงตอนนี้ มีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดแล้วอย่างน้อย 2 ราย และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 21 ราย

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดียูเครนก็ได้ออกมาประณามการกระทำดังกล่าวทันที โดยระบุการกระทำของรัสเซียในครั้งนี้เป็นการกระทำเลวร้ายมาก เนื่องจากโจมตีพื้นที่เดียวกันถึง 2 ครั้ง

นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนยังได้รายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากจะใช้ขีปนาวุธโจมตีแคว้นซาโปริซเซียแล้ว รัสเซียยังได้ใช้โดรนกามิกาเซ หรือโดรนพลีชีพของอิหร่าน โจมตีแคว้นคาร์คีฟ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเคียฟด้วยเช่นกัน

ภาพเศษซากของโดรนพลีชีพดังกล่าว จากภาพจะเห็นได้ว่าตัวโดรนเหลือเพียงแค่เครื่องยนต์และชิ้นส่วนบางชิ้นเท่านั้น

เจ้าหน้าที่สืบสวนของสำนักงานตำรวจแคว้นคาร์คีฟระบุว่า โดรนดังกล่าวเป็นโดรนพลีชีพรุ่นเอ็มสองแปดสอง เกรัล-ทู (M282 Geral 2) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับโดรนรุ่นชาอิด ที่ผลิตโดยอิหร่าน และเป้าหมายในการโจมตีครั้งนี้คือ คลังเก็บน้ำมัน

รองผู้จัดการของบริษัทน้ำมัน ที่ตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีครั้งนี้เล่าว่า เขาได้ยินเสียงระเบิดถึง 3 ครั้งในช่วงดึกของเมื่อวาน แต่เคราะห์ดีที่คลังน้ำมันที่ถูกโจมตีเป็นคลังเปล่า จึงทำให้ไม่เกิดความเสียหายมากจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

การโจมตีด้วยโดรนชาอิดจึงเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่า ข้อมูลที่สหรัฐฯ เคยออกมาเปิดเผย ออกมาก่อนหน้านี้ว่ารัสเซียติดต่อขอซื้อโดรนจากอิหร่าน เป็นเรื่องจริง และนี่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ารัสเซีย จะยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจในการยึดดินแดนของยูเครน

นอกจากจะโจมตีไม่หยุดแล้ว รัสเซียยังได้เปิดเผยภาพการซ้อมรบของกำลังพลสำรองออกมาด้วย

ภาพการซ้อมรบของกำลังพลสำรองในแคว้นรอสตอฟออนดอน ทางตอนใต้ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากยูเครน

โดยการซ้อมรบดังกล่าว จะประกอบไปด้วยหลากหลายหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นการผจญเพลิง การป้องกันตนเองจากอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี ไปจนถึงการใช้อาวุธไรเฟิลจู่โจมและยานพาหนะต่าง ๆ เพื่อเตรียมรับมือกับกองทัพยูเครน

หลายฝ่ายบอกว่าภาพทหารกองหนุนที่ถูกปล่อยออกมาในครั้งนี้คือ สัญญาณเตือนก่อนที่การรุกรานระลอกใหม่จะเริ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อชาวยูเครนจำนวนไม่น้อย และทำให้ชาวยูเครนอาจต้องอพยพออกนอกประเทศเพื่อหนีสงครามอีกครั้ง

นับตั้งแต่วันแรกที่มีการรุกรานยูเครนจนถึงตอนนี้ องค์การสหประชาชาติรายงานว่ามีชาวยูเครนต้องลี้ภัยออกจากประเทศไปแล้วกว่า 13.7 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์

โดยประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครนมากที่สุดสามอันดับแรกคือ โปแลนด์ ที่มีผู้ลี้ภัยกว่า 6,600,000 คนรองลงมาคือรัสเซีย ที่มีผู้ลี้ภัยประมาณ 2,900,000 คน และลำดับที่สามคือโรมาเนีย ที่มีผู้ลี้ภัยประมาณ 1,200,000 คน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ลี้ภัยเคยออกมาเตือนว่า ตัวเลขผู้ลี้ภัยจากสงครามในยูเครนนั้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการเจรจาและตกลงสันติภาพกัน

นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า คลื่นผู้ลี้ภัยจะสร้างความตึงตัวให้กับระบบการบริหารจัดการผู้ลี้ภัยและประเทศปลายทางได้ในอนาคตอันใกล้

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ