ประเด็นแรกที่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน พูดถึงในระหว่างการปราศรัยในพิธีเปิดการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์คือไต้หวัน ที่แม้จะย้ำว่าการรวมชาติจะต้องเป็นไปอย่างสันติ แต่เตือนว่าจีนพร้อมจะใช้กำลังหากมีความจำเป็น
โดยนักวิเคราะห์มองว่า การประชุมครั้งนี้ ประธานาธิบดี สี ได้พูดถึงไต้หวันเร็วกว่าการประชุมครั้งก่อน แสดงให้เห็นถึงการให้น้ำหนักประเด็นนี้เพิ่มขึ้น และเป็นการส่งสัญญาณ เตือนว่าชาติอื่นต้องไม่เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้ ส่วนการรวมชาติจะเกิดขึ้นเมื่อใด รัฐบาลจีนจะเป็นผู้กำหนดด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม นโยบายโควิดเป็นศูนย์ หรือ Zero Covid ที่จำกัดการเดินทางเข้าออกประเทศ และ การล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะยังคงบังคับใช้ต่อไป
ประเด็นที่ 3 คือการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่ง ประธานาธิบดี สี เปรียบเทียบว่าเป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายพลังและประสิทธิภาพของพรรคคอมมิวนิสต์ ดังนั้นหากยังมีปัจจัยที่เอื้อต่อการทุจริต การปราปรามจึงต้องดำเนินต่อไป
ประเด็นที่ 4 คือ นโนยายต่างประเทศ ที่ไม่มีการพูดถึงประเทศใดๆเป็นกาเรฉพาะ แม้สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศจะตกอยู่ในความตึงเครียดจากสงครามระหว่างรัสเซีย และ ยูเครน แต่ ประธานาธิบดี สี ได้ชื่นชมบทบาทและการเป็นที่ยอมรับของจีนบนเวทีโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงการรับมือความเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในภูมิทัศน์การเมืองโลก ซึ่งจีนมีความมุ่งมั่นในเชิงยุทธศาตร์ไม่เปลี่ยนแปลง
และประเด็นสุดท้าย คือการรักษาสิ่งแวดล้อม โดย ประธานาธิบดี สี ประกาศว่าการวางแผนพัฒนาจำเป็นต้องรักษาสมดุลที่ดีระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ซึ่งผู้นำจีน ระบุว่ารัฐบาลจะส่งเสริมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การรักษาความหลากหลายในระบบนิเวศ และ การส่งเสริมการใช้ถ่านหินที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ
สำหรับการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะปิดฉากลงในวันเสาร์นี้ โดย คาดว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเป็นสมัยที่ 3 และจะประกาศคณะกรรมการถาวรของกรมการเมืองชุดใหม่ ที่ประกอบด้วยสมาชิก 7 คน ในจำนวนนี้ จะมีคนที่มาแทนที่นายหลี่ เค่อเฉียง ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่จะลงจากตำแหน่งในเดือนมีนาคมปีหน้า หลังทำหน้าที่ครบวาระ 2 สมัย
ที่นี่ คือแอนฟิลด์ !! เป๊ป เซ็งกรรมการริบประตูโฟเด้น
สภาพอากาศวันนี้! อากาศเย็น ฝนเล็กน้อย เตือนใต้ฝนตกหนัก