อิกอร์ โคนาเชนคอฟ (Igor Konashenkov) โฆษกระทรวงกลาโหมรัสเซีย แถลงเมื่อวานนี้ว่ากองทัพยูเครนพยายามตีฝ่าทำลายแนวป้องกันในพื้นที่ “โคชารา” (Koshara) และเพียทิคัตกี้ (Pyatykhatky) ในภูมิภาคเคอร์ซอน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ดินแดนที่ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย แต่ทหารฝ่ายรัสเซียยังสามารถรักษาฐานที่มั่นต่างๆเอาไว้ได้พร้อมทั้งสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับฝ่ายยูเครน
อีกพื้นที่ดูเหมือนว่ารัสเซียจะกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบคือ เมืองบัคมุต (Bakhmut) เมืองสำคัญในภูมิภาคโดเน็ตสก์ ทางภาคตะวันออกที่ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเช่นกัน
ซึ่งแม้ว่ากองทัพยูเครนยังคงควบคุมพื้นที่ทางเหนือ และ ทางตะวันตกของเมืองบัคมุตเอาไว้ได้ แต่กำลังตกเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยกองกำลังแบ่งแยกดินแดนที่ได้รับการสนุบสนุนจากรัสเซียได้รุกประชิดเข้ามาโดยใช้เส้นทางลำเลียงพลทางภาคใต้และภาคตะวันออก
โดย ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซลเลนสกี ผู้นำยูเครน เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวประจำวันในช่วงค่ำวานนี้ว่า ทหารที่ประจำการในเมืองบัคมุต และ โซลดา ( Soledar) ตกอยู่ในสถานกาณ์ที่ยากลำบากที่สุด และการสู้รบในทั้ง 2 เมืองนี้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ซึ่งเซเลนสกี ระบุว่าฝ่ายรัสเซียส่งนักโทษคดีอุกฉกรรจ์เข้ามาร่วบรบในสมรภูมิทั้ง 2 เมืองนี้ด้วย
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ กระทรวงกลาโหมของเบลารุสเปิดเผยเมื่อว่า ทหารรัสเซียประมาณ9,000 นายจะเข้าประจำการในเบลารุส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการวางกำลังตามแนวชายแดนเพื่อเสริมความมั่นคง โดยรถไฟทหารขบวนแรกๆจากรัสเซีย เดินทางมาถึงเบลารุสแล้ว ซึ่งการโยกย้ายกำลังจากรัสเซียจะใช้เวลาหลายวัน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับคำพูดของ ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ผู้นำเบลารุส พันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าทหารเบลารุสจะประจำการร่วมกับกองกำลังรัสเซียตามแนวพรมแดนด้านที่ติดกับยูเครน เพื่อการป้องกันภัยคุกคามจากชาติตะวันตก
ส่วนทางการลิทัวเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต และ เพื่อนบ้านของเบลารุสทางทิศเหนือ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าสหรัฐฯเตรียมจะขยายเวลาประจำการกองพันรถถังหนักในลิทัวเนีย เนื่องจากพบว่าภัยคุกคามจากรัสเซีย นับตั้งแต่การส่งทหารรุกรานยูเครน ไม่ลดลงแม้แต่น้อย
โดย อาวีดาส อานูเซาส์คาส ( Arvydas Anušauskas) รัฐมนตรีกลาโหมของลิทัวเนียระบุว่ากองพันดังกล่าว ซึ่งประจำการอยู่ในเมืองพาบราเดมาตั้งแต่ปี 2019 จะประจำการต่อไปอย่างน้อยๆจนถึงช่วงต้นปี 2026
การเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นหลังการพบปะกันระหว่าง พลเอก ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลิทัวเนีย ระหว่างการประชุมชาติสมาชิกและพันธมิตรนาโต ที่กรุงบรัสเซลล์ ประเทมศเบลเยียม เมื่อสัปดาห์ก่อน
สำหรับลิทัวเนีย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์และประเทศอื่นๆในแถบบอลติกอย่างลัตเวียกับเอสโตเนีย เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรชาติตะวันตกที่ให้การสนับสนุนยูเครน นับตั้งแต่ถูกรัสเซียบุกโจมตีในวันที่ 24 กุมภาพันธ์
โดยการรุกรานยูเครนสร้างความกังวลรอบใหม่ในกลุ่มประเทศที่อดีตเคยอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย ซึ่งแม้ว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที้ผ่านมา ยูเครนสามารถยึดคืนดินแดนกลับมาได้เป็นจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของลิทัวเนีย มองว่ากองกำลังรัสเซียยังคงมีศักยภาพในการโจมตีกลุ่มประเทศบอลติกเหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นสมาชิกนาโต