อังกฤษเรียกทูตจีนเข้ามาชี้แจง ปมทำร้ายผู้ประท้วงต้าน สี จิ้นผิง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเรียกตัวนักการทูตจีนเข้าพบ หลังเกิดเหตุชายคนหนึ่งถูกทำร้ายร่างกายภายในสถานกงสุลจีนประจำเมืองเมืองแมนเชสเตอร์ ระหว่างประท้วงต่อต้าน ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

กระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร เรียกตัวอุปทูตจีนเข้าพบเมื่อวานนี้ เพื่อชี้แจงกรณี ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงคนหนึ่งถูกลากไปกับพื้นที่สถานกงสุลในจีนเมืองแมนเชสเตอร์ ของอังกฤษเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประท้วงของกลุ่มคนประมาณ 30-40 คน ต่อต้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน โดยเจ้าหน้าที่อังกฤษระบุว่า ต้องเข้าไปในเขตของสถานกงสุลเพื่อช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่ถูกลากเข้าไปภายใน และถูกชายหลายคนรุมทำร้าย

โดยกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ทุกคนที่อาศัยในประเทศมีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นอย่างสันติได้ โดยไม่ต้องกลัวเรื่องการใช้ความรุนแรง

สำหรับชายผู้ถูกทำร้าย ชื่อว่า บ็อบ อายุราว 30 ปี ย้ายจากฮ่องกงมาอยู่สหราชอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้ เขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าตนเองรู้สึกกังวลจะไม่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม นาย หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบโต้ว่าเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการบุกรุก

ส่วนการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์คำพูดของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กล่าวระหว่างการเปิดประชุมถึงความจำเป็น ในการเพิ่มขนาดของเหล่าทัพในสาขาใหม่ๆซึ่งมีศักยภาพการสู้รบแตกต่างจากเหล่าทัพที่มีอยู่เดิม รวมถึงการพัฒนาระบบการสู้รบแบบอัตโนมัติ ส่งเสริมการพัฒนาและการใช้ระบบเครือข่ายข้อมูล

โดยอดีตเจ้าหน้าที่ด้านการฝึกอบรมของกองทัพจีนคนหนึ่งให้ความเห็นว่าคำพูดดังกล่าวหมายถึงการยกระดับการพัฒนาหน่วยรบด้านนิวเคลียร์เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ ซึ่งจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆกับการบูรณาการทำงานของระบบยุทโธปกรณ์ต่างๆเข้าด้วยกันทั้งขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ และอาวุธที่ติดตั้งกับเครื่องบินรบ เช่นเดียวกับระบบการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อตอบโต้การถูกโจมตีจากอาวุธประเภทเดียวกัน

ทั้งหมดนี้ทำให้ รัฐบาลจีนจำเป็นต้องมีหน่วยรบนิวเคลียร์ที่ทันสมัยและเพิ่มคลังแสงนิวเคลียร์อีกพอสมควร การวิเคราะห์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานเมื่อช่วงปลายปีที่แล้วของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอนที่ประเมินว่าในปี 2027 จีนแผ่นดินใหญ่จะมีหัวรบนิวเคลียร์พร้อมใช้งาน 700 ลูก และจะเพิ่มเป็น 1,000 ลูกในปี 2030  เพิ่มขึ้นจากประมาณ 350 ลูกในปัจจุบัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ประเมินไว้โดยสหพันธ์นักวิทยาศาสตร์สหรัฐ

ส่วน 2 มหาอำนาจนิวเคลียร์อย่างรัสเซีย และ สหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 6,200 ลูก และ 5,500 ลูกตามลำดับ

ขณะที่พลอากาศเอก แอนโทนี คอตตอน (Anthony Cotton) ซึ่งประธานาธิบดี โจ ไบเดน เสนอชื่อให้ดูแลงานด้านคลังอาวุธนิวเคลียร์และการป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาว่าตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมาศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของจีนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเดิมที่อยู่ในระดับการป้องปรามขั้นต่ำเท่านั้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ