สำนักข่าว “สกายนิวส์” (Skynews) ของอังกฤษรายงานโดยอ้างคำพูดของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนุรักษ์นิยมคนหนึ่ง ที่เปิดเผยว่า อดีตนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ได้บอกกับเพื่อนๆ ว่าตนเองพร้อมจะร่วมลงสมัครเป็นผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ เพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการประกาศลาออก ของ ลิซ ทรัสส์ ผู้นำสหราชอาณาจักรคนปัจจุบัน
โดยจอห์นสัน ยังได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมคนสำคัญหลายคน รวมถึง เบน วอลเลซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ที่แม้จะเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้รับเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ได้ประกาศไม่ลงแข่งขันชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมในรอบนี้
วอลเลซ ให้เหตุผลว่าตนเองยังต้องการทำหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงต่อไป และยังไม่พร้อมทำหน้าที่ผู้นำประเทศ พร้อมแสดงความเห็นว่า จอห์นสัน คือผู้เหมาะสมที่สุดสำหรับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะได้รับอำนาจอันชอบธรรมจากประชาชนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2019 ซึ่งพรรคอนุรักษ์นิยมได้รับชัยชนะโดยมี จอห์นสัน เป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้น ก่อนลาออกไปเมื่อเดือน ก.ย. จากการกรณีร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ที่บละเมิดกฎระเบียบควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19
เพนนี มอร์ดอนท์” (Penny Mordaunt) ผู้นำฝ่ายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร ประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนใหม่ ทำให้เธอเป็นสมาชิกพรรคคนแรกที่แสดงจุดยืนลงชิงเก้าอี้ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
โดยพรรคอนุรักษ์นิยมจะเปิดรับเสนอชื่อผู้สมัครถึงวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ โดยผู้สมัครต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอย่างน้อย 100 คน และจะทราบชื่ิอผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนคนใหม่ในวันศุกร์ที่ 28 ต.ค ขณะที่จนถึงขณะนี้ ส.ส พรรคอนุรักษ์นิยม 158 คน จากทั้งหมด 357 คน ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อสาธารณะแล้วว่าจะสนับสนุนใครบ้าง
โดย ริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีว่ากากระทรวงการคลัง ที่แม้จะยังไม่ประกาศตัวเป็นแคนดิเดตอย่างเป็นทางการ แต่ได้คะแนนสนับสนุนนำเป็นอันดับ 1 โดยมี ส.ส ที่ยืนยันว่าจะเลือกซูนัคแล้ว 93 คน ตามมาด้วย จอห์นสัน ที่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. แล้ว 44 คน และ มอร์ดันท์ ได้ 21 คน โดย เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคแรงงานระบุว่า ทรัสส์ ควรปฏิเสธขอรับเงินเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เนื่องจากเธออยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียง 45 วัน
เช่นเดียวกับ เซอร์ เอ็ด ดาวีย์ หัวหน้าพรรคลิเบอรัลเดโมแครต ( Liberal Democrat ) ที่ระบุว่าเงินในส่วนนี้ป็นเหมือนกับบำนาญสำหรับนายกรัฐมนตรี แต่มากกว่าเงินที่คนทำงานในประเทศจำนวนมากจะได้รับเมื่อเกษียณอายุหลายเท่าตัว ดังนั้น ทรัสส์ ไม่ควรอ้างสิทธิ์รับเงินดังกล่าว โดยความเห็นของ ทั้งสตาร์เมอร์ และ ดาวีย์ มีขึ้นหลังจากที่สหภาพแรงงานและนักเคลื่อนไหว เรียกร้องให้ ทรัสส์ ปฏิเสธรับเงินเบี้ยเลี้ยงจากการปฏิบัติหน้าที่สาธารณะ