เป็นที่ทราบกันโดยชัดเจนแล้วว่า นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของสหราชอาณาจักรคือ “ริชี ซูนัค (Richi Sunak)” อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งมีอายุเพียง 42 ปีเท่านั้น ถือเป็นเจ้าของสถิติหลายอย่าง ทั้งเป็นนายกฯ ที่มีอายุน้อยที่สุดในรอบ 200 ปีของสหราชอาณาจักร เป็นนายกฯ เชื้อสายเอเชียคนแรก เป็นนายกฯ ที่ไม่ใช่คนผิวขาวคนแรก และเป็นนายกฯ ที่นับถือพราหมณ์-ฮินดูคนแรกของสหราชอาณาจักร
ทำไม “ลิซ ทรัสส์” ต้องลาออก? นายกอังกฤษที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุด
นิวมีเดีย พีพีทีวี ชวนทำความรู้จักกับเรื่องราวชีวิตของลูกหลานผู้อพยพชาวอินเดียคนนี้ ที่ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นนายกฯ ผู้ที่ (อาจจะ) มากอบกู้วิกฤตของสหราชอาณาจักร
เริ่มต้นจากการเป็นลูกหลานผู้อพยพ
ริชี ซูนัค เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 1980 ที่เมืองเซาธ์แฮมป์ตันของสหราชอาณาจักร โดยเขามีเชื้อสายอินเดีย เนื่องจากปู่ย่าตายายเป็นชาวอินเดียแคว้นปัญจาบ ที่ย้ายไปทำงานที่เคนยาและแทนซาเนีย ซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรในขณะนั้น แล้วอพยพมายังสหราชอาณาจักรช่วงปี 1960s
ส่วนพ่อกับแม่ของซูนัคนั้น เป็นชาวอินเดียที่เกิดในแอฟริกา โดยพ่อคือ ยาชวีร์ ซูนัค เป็นแพทย์ประจำบ้านและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ส่วน อูชา ผู้เป็นแม่ เปิดร้านขายยา
ซูนัคสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากวิทยาลัยลินคอล์น มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดในภาควิชา ปรัชญา การเมือง และเศรษฐกิจ (PPE) ด้วยคะแนนเกียรตินิยม จากนั้นได้ทุนฟูลไบรต์ไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ
ระหว่างศึกษาปริญญาโท เขาได้ทำงานควบคู่ไปด้วย โดยเป็นนักวิเคราะห์ให้กับธนาคารด้านการลงทุนชื่อดังอย่าง โกลด์แมน แซคส์ ช่วงปี 2001-2004 จากนั้นหลังเรียนจบได้ทำงานให้กับองค์กรด้านการจัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยงหลายแห่งเป็นเวลากว่า 10 ปี
เส้นทางการเมืองที่น่าเหลือเชื่อ
เรื่องที่น่าสนใจมากสำหรับเส้นทางสู่การเป็นนายกฯ ของซูนัคคือ เขาเพิ่งเข้าสู่วงการการเมืองได้เพียง 7 ปีเท่านั้น ก็กลายเป็นผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ในปี 2015 ซูนัคเริ่มต้นงานสายการเมือง โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเขตริชมอนด์ ซึ่งเป็นที่นั่งในสภาที่เป็นของพรรคอนุรักษ์นิยมมานานกว่า 100 ปี ด้วยคะแนนเสียง 36%
ซูนัคสนับสนุนให้มีการ BREXIT หรือการนำสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป โดยเขียนรายงานทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว
ในปี 2017 ซูนัคยังคงได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. ของเขตริชมอนด์ โดยได้รับเสียงโหวตจากประชาชนมากกว่าเดิม เป็น 40% จากนั้นในปี 2018 ได้รับมอบหมายตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
ในปี 2019 เขาก็ยังคงได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนในเขตริชมอนด์ โดยได้คะแนนเสียงมากขึ้นอีกอยู่ที่ 47% ซึ่งสะท้อนคะแนนความนิยมในตัวเขาในฐานะ ส.ส. อย่างมาก พร้อมกันนั้น เขายังได้รับตำแหน่งเลขาธิการกระทรวงการคลังด้วย
กระทั่งในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ซูนัคก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยอายุเพียง 39 ปีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีคลังที่อายุน้อยที่สุด
ซูนัคได้พิสูจน์ตัวเองในการพยุงเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในช่วงที่ต้องล็อกดาวน์จากการระบาดของโควิด-19 โดยในปี 2020-2021 ผลสำรวจต่าง ๆ บ่งชี้ว่า เขาได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกและคะแนนนิยมจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยมและประชาชนทั่วไปมาโดยตลอด
ต่อมาเมื่อกลางปี 2022 เขาประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังรัฐบาลสหราชอาณาจักรเริ่มเกิดความวุ่นวายภายในและขาดเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงคะแนนนิยมของเขาเริ่มตกลง จากวิกฤตค่าครองชีพ ข่าวเสียหายเรื่องการเข้าร่วมงานปาร์ตี้ช่วงโควิด-19 และข่าวที่ว่าภรรยาของเขาเลี่ยงภาษี
หลังจากที่ บอริส จอห์นสัน ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ซูนัคก็ได้ลงสมัครเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ด้วย แม้เสียงจากประชาชนจะสนับสนุนเขามากกว่า แต่ท้ายที่สุด ลิซ ทรัสส์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศก็ได้รับความเชื่อมั่นจากเสียงในพรรคอนุรักษ์นิยมมากกว่า ทำให้เขาพลาดตำแหน่งไป
ชีวิตส่วนตัวและชีวิตครอบครัว
ซูนัคแต่งงานกับ อัคชาตา มูรตี ลูกสาวของมหาเศรษฐีอินเดีย นารายณ์ มูรตี ผู้ก่อตั้งธุรกิจไอที Infosys โดยทั้งคู่พบรักกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเมื่อครั้งซูนัคไปเรียนปริญญาโท
ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2009 ปัจจุบันมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คือ กฤษณา และอนุชกา
ซูนัคและอัคชาตามีหุ้นอยู่ใน Infosys จำนวนหนึ่ง รวมถึงบ้านในลอนดอนและบ้านอีกหนึ่งที่ซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้พวกเขามีทรัพย์สินรวมกันกว่า 730 ล้านปอนด์ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท) เขาจึงเป็นหนึ่งใน ส.ส. ที่ร่ำรวยที่สุด ซึ่งส่งผลให้เขาไม่ค่อยได้คะแนนนิยมจากประชาชนชั้นรากหญ้ามากนัก
นอกจากนี้ อัคชาตายังออกมาเปิดเผยว่า ภูมิลำเนาของเธอไม่ใช่ในสหราชอาณาจักร ทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษี จนส่งผลกะทบต่อคะแนนนิยมของซูนัคพอสมควร แต่ต่อมาเธอประกาศว่าได้เปลี่ยนสถานะ และจ่ายภาษีให้สหราชอาณาจักรแล้ว
ในส่วนของความเชื่อ ตัวเขานับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เขาเป็นศาสนิกชนที่มีศรัทธาแน่วแน่ โดยเขาเคยประกอบพิธีและกล่าวสาบานตนเป็น ส.ส. ตามข้อความในคัมภีร์ศาสนาฮินดูที่ชื่อว่า ภควัทคีตา
ชาวฮินดูหลายคนมองว่า การที่ซูนัคได้ตำแหน่งนายกฯ สหราชอาณาจักรนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ประกอบกับช่วงนี้ตรงกับเทศกาล “ดิวาลี (Diwali)” เทศกาลแห่งแสงสว่างที่เชื่อในเรื่องการขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายและความมืดมิดพอดี ก็ทำให้หลายคนมองว่า นี่เป็นของขวัญและคำอวยพรจากปวงเทพ
ชาวอินเดียบางส่วนยังเชื่อว่า การที่ซูนัคซึ่งเป็นชาวอินเดียและนับถือพราหมณ์-ฮินดูสามารถขึ้นเป็นนายกฯ สหราชอาณาจักรได้ จะส่งผลดีต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในอนาคตด้วย
นโยบายการบริหารขงซูนัค จะกอบกู้วิกฤตในสหราชอาณาจักรได้หรือไม่?
การขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ของซูนัคเป็นช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังย่ำแย่อย่างมาก ทั้งภาวะถดถอย ปัญหาเงินเฟ้อ วิกฤตค่าครองชีพ โดยเฉพาะเมื่อประชาชนมีภาพจำว่า เขาร่ำรวยมาก แต่กลับออกมาขอร้องให้ประชาชนลดการบริโภคและการใช้จ่าย
เขากล่าวว่าสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ได้ก่อน และทำให้แน่ใจว่างบการเงินสาธารณะมีความยั่งยืนก่อนที่จะลดภาษีเพื่อพยายามกระตุ้นการเติบโต
“สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรากำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่หนักหนา ตอนนี้เราต้องการความมั่นคงและความสามัคคี และผมจะให้ความสำคัญสูงสุดในการรวมพรรคและประเทศของเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน” ซูนัคกล่าว
เขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนยูเครนจากการรุกรานของรัสเซียต่อไป และก่อนหน้านี้เขาสัญญาว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของเขาหลังเป็นนายกฯ คือไปยังกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน อย่างไรก็ตาม มีคำถามว่าเขาจะลดการใช้จ่ายด้านกลาโหมเพื่อช่วยหนุนงบประมาณด้านอื่น ๆ ของสหราชอาณาจักรหรือไม่
เรียบเรียงจาก NDTV / Times of India / The Guardian / Wall Street Journal
ภาพจาก AFP