จากเรื่องราวชีวิตสุดแปลกของ “อามู ฮาจิ” ผู้ใช้ชีวิตด้วยการไม่อาบน้ำมานานกว่า 60 ปี และเพิ่งเสียชีวิตไม่นานหลังจากอาบน้ำ ทำให้กระแสการขี้เกียจอาบน้ำกลายเป็นที่พูดถึงในสังคมไทย โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว
เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อลือชาเรื่องนวัตกรรม รวมไปถึงนวัตกรรมแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ที่เลียได้ ตะเกียบที่มีรสเค็ม มาจนถึงนวัตกรรมที่อาจเป็นสวรรค์ของบรรดาคนที่ขี้เกียจอาบน้ำ นั้นคือ “เครื่องซักคน (Human Washing Machine)”
ทีมนักวิจัยญี่ปุ่นพัฒนา "ตะเกียบชูรส" ช่วยลดกินเค็ม
แนวคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีทำให้ร่างกายสะอาดโดยไม่ต้องอาบน้ำด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องใหม่เลยในญี่ปุ่น เพราะในงานจัดแสดงนวัตกรรม Japan World Expo ที่โอซากาในปี 1970 หรือเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ก็มีผู้พัฒนาเครื่องซักคนมาจัดแสดงแล้ว
โดยครั้งนั้นเป็นผลงานของ อุเอดะ มานัตสึ นักออกแบบจากบริษัท ซันโย อิเล็กทริก มีชื่อเรียกว่า “อัลตราโซนิกบาธ (Ultrasonic Bath)” ลักษณะเป็นเหมือนโครงกระจกรูปไข่ ภายในมีเก้าอี้ที่ผู้ใช้สามารถลงไปนั่งเอนได้ เมื่อเครื่องทำงานจะมีการปล่อยน้ำอุ่น พร้อมลูกบอลนวด 300 ลูกและคลื่นซูเปอร์โซนิก ชำระล้างร่างกายให้กับผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ และอาบ-นวด-เช็ดตัวให้ผู้ใช้งานจบเรียบร้อยใน 15 นาที
อุเอดะ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 87 ปี เล่าว่า “ผู้เยี่ยมชมจำนวนมากในงานจัดแสดงขอให้เราให้พวกเขาได้ทดลองสัมผัสกับระบบการอาบน้ำของเรา มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของผมเลย”
หนึ่งในผู้เยี่ยมชมนั้นมีเด็กชายวัย 10 ปี อาโอยามะ ยาสึอากิ รวมอยู่ด้วย ซึ่งต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้บริหารของไซเอนส์ บริษัทผู้พัฒนาระบบอาบน้ำเพื่อสุขภาพ และเป็นผู้ที่พัฒนาเครื่องซักคนเวอร์ชันล่าสุดซึ่งเรียกเสียงฮือฮาในสังคมญี่ปุ่นและทั่วโลกอีกครั้ง
อาโอยามะเล่าว่า เมื่อตอนเป็นเด็กที่ได้เห็นเครื่องซักคน เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก “ผมตะลึงไปเลยที่ได้เห็นการอาบน้ำโดยที่เราไม่ต้องถูตัว”
เขาตั้งบริษัทไซเอนส์ขึ้นในปี 2007 ขณะอายุราว 47 ปี และเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ที่ทำน้ำให้บริสุทธิ์โดยกำจัดคลอรีนในน้ำประปา เนื่องจากลูกสาวของเขาป่วยจากอาการแพ้คลอรีนในน้ำประปาขั้นรุนแรง ซึ่งทำให้เธอไม่สามารถอาบน้ำเหมือนคนทั่วไปได้ และถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนอย่างหนัก
ด้วยหัวอกผู้เป็นพ่อ อาโอยามะพยายามหาทางรักษาลูกสาว แต่ก็ไม่ได้ผลนัก จนได้ลองขอให้เพื่อนที่รู้จักกันช่วยทำฝักบัวซึ่งใส่สารที่สามารถขจัดคลอรีนได้ และพบว่าลูกสาวของเขามีอาการดีขึ้น และสามารถอาบน้ำในรูปแบบนี้ได้โดยไม่แพ้หนัก
เขาจึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาระบบอาบน้ำในลักษณะเดียวกันนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่นที่ประสบปัญหาคล้ายกับลูกสาวของเขา และได้แนวคิดต่อยอดระบบอาบน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพหลังจากเห็นในรายการทีวีว่า ฟองละเอียดขนาดเล็กระดับไมโครเมตรที่เกิดจากคลื่นอัลตราซาวนด์ สามารถใช้เพื่อทำความสะอาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีชิปได้ ซึ่งหลายความว่าฟองเหล่านี้ก็น่าจะสามารถชำระทำความร่างกายคนได้อย่างละเอียดเช่นกัน
อาโอยามะได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาต่อยอด จนสามารถสร้างฟองที่เล็กเพียง 3 ไมโครเมตร ซึ่งสามารถขจัดสิ่งสปกปรกและคลอรีนที่ผิวหนังของคนได้ด้วย กลายเป็นระบบอาบน้ำเพื่อสุขภาพที่ดีต่อผู้ที่มีปัญหาผิวหนัง ซึ่งปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายในโรงพยาบาลและตามครัวเรือน
ขณะนี้บริษัทไซเอนส์ของอาโอยามะกำลังพัฒนาเครื่องซักคนตัวใหม่ นั่นคือ “โปรเจกต์อุโซยาโระ (Project Usoyaro)” ซึ่งจะมอบประสบการณ์ในการอาบน้ำแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งาน โดยได้มีการปรึกษาขอความคิดเห็นจากอุเอดะ บิดาแห่งเครื่องซักคนด้วย
อุโซยาโระจะยังคงใช้เทคโนโลยีฟองขนาดเล็ก ร่วมกับเซนเซอร์และระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะไม่เพียงชำระล้างร่างกายให้กับผู้ใช้งาน แต่จะเป็นพื้นที่ผ่อนคลายด้วย เพราะจะสามารถเปิดเพลงผ่อนคลาย หรือเปิดจอเพื่อชมภาพสบายตาหรือโชว์รายการโปรดขณะอาบน้ำไปด้วยได้
คาดว่าโปรเจกต์อุซายาโระจะเปิดตัวในงานแสดงสินค้า Osaka Expo 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นที่โอซากา ดินแดนแห่งความทรงจำของมาโอยามะ ซึ่งเจ้าตัวคาดหวังว่า เครื่องซักคนเวอร์ชันใหม่นี้จะทำให้หลายคนต้องตะลึงแบบเดียวกับที่เขาเคยเจอเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว
หากประสิทธิภาพและเสียงตอบรับออกมาดี ก็คาดว่าจะมีการจำหน่ายเครื่องซักคนให้กับลูกค้าทั่วไป แต่ในส่วนของราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมา
เรียบเรียงจาก Asahi Shimbun / Oddity Central