รัสเซีย โจมตีกรุงเคียฟอีกครั้ง ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่อาจทำให้สงครามในยูเครนกระทบกับคนทั่วโลกมากขึ้น หลังจากที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีกองเรือรบของรัสเซียในทะเลดำ ซึ่งทำให้รัสเซียไม่พอใจและประกาศยุติข้อตกลงที่อนุญาตให้ยูเครนส่งออกสินค้าทางการเกษตรอย่างธัญพืชผ่านทะเลดำ

การตัดสินใจเช่นนี้ของรัสเซียกำลังสร้างความกังวลใจว่า จะทำให้เกิดวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงแพร่กระจายไปทั่วโลกโดยเฉพาะกับประเทศยากจนในเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

นอกจากนี้รัสเซียยังเอาคืนยูเครนด้วยการกลับมาระดมโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนอีกครั้ง

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานว่ารัสเซียใช้ขีปนาวุธโจมตีหลายจุดของกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนจนเกิดควันไฟที่ลอยเหนือท้องฟ้าหลายจุด ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หรือแม้แต่รายละเอียดของเป้าหมายของการโจมตี

นอร์เวย์จับสายลับรัสเซีย ปลอมตัวเป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัย

ปูติน ยอมรับคิดเรื่องความสูญเสียในยูเครน แต่ต้องทำสงครามต่อ

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียเริ่มกลับมาโจมตีเมืองหลวงของยูเครนอีกครั้งหลังหยุดการโจมตีไปหลายเดือน เนื่องจากมุ่งทำการรบทางภาคใต้และตะวันออกของยูเครนแทน

การโจมตีกรุงเคียฟในรอบนี้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน ซึ่ง 2 สัปดาห์ของการโจมตีส่งผลให้ร้อยละ 40 ของระบบไฟฟ้าของยูเครนเสียหาย ผู้คนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าฟ้าใช้ท่ามกลางฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง

นี่คือสภาพของกรุงเคียฟเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทั้งเมืองค่อนข้างมืด เนื่องจากร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ร่วมมือกันประหยัดไฟด้วยการจุดเทียนแทน ขณะที่ถนนหนทางก็ไม่มีแสงไฟส่องตามปกติ ประชาชนบอกว่าต้องช่วยกันทำแบบนี้เพื่อให้ผ่านฤดูหนาวนี้ไปให้ได้

การโจมตีระบบพลังงานของยูเครนอย่างหนักของรัสเซีย เกิดขึ้นหลังจากยูเครนได้เปรียบในการสู้รบ โดยเฉพาะที่แคว้นเคอร์ซอน ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดทางตอนใต้

ยูเครนพยายามยึดเคอร์ซอนกลับมาให้ได้เพื่อรุกคืบต่อไปยึดแคว้นไครเมียที่รัสเซียผนวกไปเมื่อปี 2014 คืนมายูเครนเริ่มปฏิบัติการนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยการโจมตีฐานทัพของรัสเซียในแคว้นไครเมียอย่างหนักหน่วง

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียออกมาแถลงว่า กองเรือทะเลดำ (Black Sea Fleet)  ของตนเองถูกระดมโจมตีจาก “โดรนฆ่าตัวตาย” หรือ “โดรนกามิกาเซ่” อย่างต่อเนื่อง

รัสเซียอ้างว่า จุดศูนย์กลางของการโจมตีอยู่ที่เมืองเซวาสโตปอลในไครเมีย พร้อมเปิดเผยว่า มีโดรนอย่างน้อย 16 ตัว ซึ่งเป็นโดรนที่ปฏิบัติการได้ทั้งในน้ำและในอากาศ   สร้างความเสียหายแก่เรือรบ สิ่งปลูกสร้างทางทหาร ตลอดจนที่พักของพลเรือนจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ รัสเซียมีการอ้างชื่อของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางทะเลที่ 73 ของยูเครน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากหน่วยรบพิเศษทางทะเลของอังกฤษ ว่าน่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้

อย่างไรก็ดี หน่วยงานทั้งสองแห่งของอังกฤษและยูเครนต่างปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับการการโจมตีกองเรือทะเลดำของรัสเซียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์

หลังจากที่ฐานทัพของตนเองในไครเมียถูกโจมตี รัสเซียก็ได้ออกมาประกาศล้มข้อตกลง ปิดทางไม่ให้ยูเครนส่งออกธัญพืชผ่านทางทะเลดำ

 

และการล้มดีลนี้จะกระทบกับคนจำนวนมากทั่วโลก เพราะอะไร

รัสเซียและยูเครนคือผู้ผลิตอาหารที่สำคัญของโลก

ยูเครนมีพื้นที่อุดมไปด้วยดินดำซึ่งเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์มากเหมาะสำหรับการทำการเกษตร

เป็นแหล่งปลูกข้าวสาลีที่สำคัญจนได้รับฉายาว่า the bread basket of Europe หรือ ‘ตะกร้าขนมปังของยุโรป’

นอกเหนือจากข้าวสาลี ยูเครนยังเป็นผู้ส่งออกข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด น้ำมันพืชและเมล็ดทานตะวันที่สำคัญของโลก

การส่งออกสินค้าทางการเกษตรเหล่านี้ ปกติจะออกจากท่าเรือในเมืองโอเดสซาทางตอนใต้ของยูเครนที่ติดกับทะเลดำ ก่อนจะผ่านออกช่องแคบบอสฟอรัสของตุรกี เพื่อเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก่อนออกไปสู่ตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม หลังสงครามปะทุขึ้น รัสเซียได้มีการนำกองเรือมาปิดเส้นทางขนส่งสินค้าของยูเครนในทะเลดำทำให้ยูเครนไม่สามารถขนสินค้าออกได้ พืชผลทางการเกษตรหลายล้านตันติดค้างอยู่ในโกดังต่างๆตามเมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน

ยูเอ็นพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยเพื่อให้มีการเปิดทางให้ขนส่งสินค้าเกษตรเพื่อบรรเทาปัญหาความหิวโหยในหลายประเทศ

จนกระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยูเอ็นกับตุรกีซึ่งเป็นตัวกลางก็สามารถบรรลุข้อตกลงกับรัสเซียได้ เรือขนส่งสินค้าทางการเกษตรลำแรกของยูเครนสามารถผ่านทะเลดำได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน

ตามข้อตกลง การส่งออกจะดำเนินไปเป็นเวลา 120 วัน และจะมีการต่ออายุข้อตกลงนี้โดยอัตโนมัติเมื่อถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน

การตัดสินใจระงับการส่งออกธัญพืชของรัสเซีย หมายความว่า ปริมาณธัญพืชส่งออกซึ่งเป็นอาหารหลักของผู้คนในหลายทวีปทั่วโลก จะมีปริมาณเหลือน้อยลงจนถึงขั้นวิกฤต

หลังรัสเซียออกมาประกาศระงับการขนส่ง ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ก็ออกมาประณามการกระทำของรัสเซียในครั้งนี้   

โดยระบุว่ารัสเซียกำลังนำธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารหลักของผู้คนทั่วโลก มาใช้เป็นตัวประกันเพื่อการต่อรองทางการเมือง มีความอดอยากหิวโหยของผู้คนทั่วโลกเป็นเดิมพัน   พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกตอบโต้รัสเซียอย่างแข็งกร้าวต่อการกระทำนี้

ก่อนหน้านี้  มาร์ติน กริฟฟิธส์ ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์แห่งสหประชาชาติ ออกมาเปิดเผยว่า ทางยูเอ็นยังคงมีความหวังและยังคงมองโลกในแง่ดีว่ารัสเซียจะเปลี่ยนท่าที และกลับมาสนับสนุนข้อตกลงการส่งออกธัญพืชผ่านทางทะเลดำอีกครั้ง หลังผ่านพ้นช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป 

ล่าสุด ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ รวมถึงผู้แทนรัฐบาลตุรกีและยูเครนได้เปิดการหารือร่วมกับที่นครอิสตันบูลของตุรกี โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการใช้เรือขนส่งธัญพืชผ่านทะเลดำจำนวน 16 ลำในวันนี้ โดยเรือทั้งหมดจะเป็นเรือจากประเทศเป็นกลางและจะไม่มีเรือของยูเครนรวมอยู่ด้วย

นอกเหนือจากการประกาศระงับการส่งออกธัญพืชแล้ว ทางการรัสเซียยังออกคำสั่งห้ามเรือสินค้าของยูเครนทุกลำสัญจรผ่านทะเลดำอีกด้วย  หากพบการฝ่าฝืน รัสเซียจะมีการโจมตีและทำลายเรือยูเครนในทันที

LPGA2024_B LPGA2024_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ