ปัญหาปากท้อง ฉุดความนิยมปธน.ไบเดนและพรรคเดโมแครต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วันนี้เป็นอีกวันที่มีความสำคัญทางการเมืองสำหรับคนอเมริกัน เพราะเป็นวันเลือกตั้งกลางเทอม

ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศจะออกไปเลือก ส.ส. ทั้งหมด 435 คน และเลือก ส.ว. อีก 35 คน จากจำนวน สว. ทั้งสิ้น 100 คน

ในการหาเสียง 24 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนเปิดคูหาเลือกตั้ง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน เดินสายช่วยลูกพรรคเต็มที่

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพราะเกิดขึ้นท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าและบรรยากาศทางการเมืองที่แตกแยกกันอย่างหนัก

ตอนนี้คูหาเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ เริ่มเปิดแล้ว โดยเริ่มจากรัฐในแถบชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯทั้งที่นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เขตนิวอิงแลนด์ รวมถึงที่รัฐโอไฮโอ ซึ่งสื่อท้องถิ่นรายงานว่า พบประชาชนออกไปใช้สิทธิตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ อย่างคึกคัก โดยหลายคนได้ออกนอกบ้านมาต่อแถวรอใช้สิทธิ ตั้งแต่ก่อนที่หน่วยเลือกตั้งจะเปิด

ส่วนการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย 24 ชั่วโมงก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างเร่งเรียกคะแนนเสียง

พรรคเดโมแครต ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ไปรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งเป็นฐานเสียงเหนียวแน่นของพรรค หลังจากก่อนหน้านั้นเขาเดินสายหาเสียงในรัฐที่ยังมีคะแนนเสียงสูสีกัน หรือที่เรียกว่า Battleground State

โดยผู้นำสหรัฐฯขอร้องให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพราะนี่คือห้วงเวลาที่สำคัญที่สุดของประเทศ

ด้านพรรครีพับลิกัน มีอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวชูโรง โดยรัฐท้ายๆที่ทรัมป์ทิ้งทวนในการหาเสียงคือ รัฐโอไฮโอ

โดยทรัมป์ประกาศบนเวทีที่นั่นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือการต่อสู้กับระบบอำนาจที่กำลังกัดกร่อนสังคมอเมริกัน

แน่นอนว่าทรัมป์กำลังพูดถึงพรรคเดโมแครต พรรคที่เขามองว่ามีแนวคิดฝั่งซ้ายและนโยบายที่เป็นเสรี ซึ่งเป็นแนวคิดที่อันตราย

การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งทั้ง ส.ส. และ ส.ว.รวมถึงผู้ว่าการรัฐ โดยในส่วนของ ส.ส. จะมีการเลือกตั้งทั้งหมด 435 ที่นั่ง

ขณะที่ในส่วนของ ส.ว.จะมีการเลือกตั้งใหม่ราว 1 ใน 3 หรือ เลือกทั้งหมด 35 คน จากที่นั่งที่มีทั้งหมด 100 ที่นั่ง

การเลือกตั้งถูกจัดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ราคาสินค้า น้ำมัน  และอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง โดยเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ขณะนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 8 สูงที่สุดในรอบ 15 ปี

อัตราเงินเฟ้อที่สูงทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตาม ส่งผลต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และพรรคเดโมเเครต

โดยผลการสำรวจจาก Reuters/Ipsos ล่าสุดระบุว่า มีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 39 ที่ชื่นชอบผลงานการบริหารประเทศของไบเดน

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักเชื่อว่า ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญอยู่อาจทำให้พรรคเดโมแครตเสียที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรและต้องกลายเป็นเสียงข้างน้อย

ล่าสุดสำนักข่าว CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีไบเดนซึ่งให้สัมภาษณ์กับนักข่าวทำเนียบขาวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาระบุว่า เป็นเรื่องไม่ง่ายที่เดโมเเครตจะรักษาสถานะเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไว้

ในส่วนของการเลือกตั้ง สว. ผลคะแนนค่อนข้างสูสี โดยมีความเป็นไปได้ว่าทั้ง 2 พรรคอาจมีที่นั่ง 50 ต่อ 50 เท่าเดิม หรือรีพับลิกันอาจได้ที่นั่งเพิ่มอีก 1 หรือ 2 ที่นั่ง

รัฐที่มีการขับเคี่ยวหนักสำหรับเก้าอี้ ส.ว. หรือที่เรียกว่า Battleground State เช่น รัฐแอริโซนา นิวแฮมเชียร์ จอร์เจีย เพนซิลเวเนีย วิสคอนซิน ฟลอริดา รัฐเนวาดา โดยเนวาดาน่าจะเป็นรัฐที่พรรครีพับลิกันมีโอกาสแย่งเก้าอี้จากเดโมเเครตได้มากที่สุด

เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ แคเทอรีน คอร์เทซ มาสโต จากพรรคเดโมเเครต ผู้ท้าชิงคือ อดัม ลาซอลต์จากพรรครีพับลิกัน

ฐานเสียงสำคัญในรัฐนี้คือ ชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก ซึ่งทำให้ แคเทอรีน คอร์เทซ มาสโต ซึ่งมีเชื้อสายฮิสแปนิกเอาชนะไปได้ในคราวที่แล้ว

หนึ่งประเด็นการหาเสียงที่ร้อนแรงของที่นี่คือ สิทธิการทำแท้ง แคเทอรีน คอร์เทซ มาสโต จากเดโมเเครตมีจุดยืนสิทธิต่อต้านการทำแท้ง ขณะที่อดัม ลาซอลต์ มีจุดยืนต่อต้านสิทธิการทำแท้งเสรี

มีรายงานว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกซึ่งเคยโหวตให้เดโมเเครตเริ่มเทเสียงให้กับพรรครีพับลิกันมากขึ้น

จากผลสำรวจของโพลต่างๆชี้ว่า ขณะนี้คะแนนของแคเทอรีน คอร์เทซ มาสโต และอดัม ลาซอลต์ ผลัดกันนำผลัดกันตามอยู่ที่ร้อยละ 2-3

นั่นหมายความว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ และเพียงแค่เอาชนะได้ในรัฐเดียวและไม่เสียเก้าอี้ในรัฐอื่น รีพับลิกันก็มีโอกาสครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา

แอริโซนาเป็นอีกรัฐที่รีพับลิกันหวังชิงเก้าอี้จากเดโมเครต ประเด็นเรื่องการทำแท้งเสรีซึ่งเป็นประเด็นร้อนในการหาเสียงในรัฐนี้

อีกหนึ่งรัฐในเป้าหมายของรีพับลิกันในการแย่งเก้าอี้คือที่นิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งที่นี่ นโยบายสำคัญที่พรรครีพับลิกันใช้ในการหาเสียงคือ สนับสนุนกฎหมายแบนการทำแท้งทั่วประเทศ (หลังอายุครรภ์ 5 สัปดาห์ ) สนับสนุนการยกเลิกระบบบำนาญหรือ Social Security รวมถึงระบบประกันสุขภาพผู้สูงอายุโดยรัฐหรือ Medicare

ซึ่งโยบายเหล่านี้ของพรรครีพับลิกันปรากฎว่าทำให้คนไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากในรัฐนี้คือคนที่มีแนวคิดกลางๆ

อีกหนึ่งรัฐที่ได้รับความสนใจคือที่เพนซิลเวเนีย รัฐนี้เป็นการแข่งขันระหว่างนายแพทย์เมห์เม็ต ออซ หรือ ดร.ออซ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ที่โด่งดัง

ทางฝั่งเดโมเครตส่งผู้ว่าการรัฐคนปัจจุบัน จอห์น เฟทเทอร์แมน

เฟทเทอร์แมนมีภาพพจน์ของความเป็นลูกทุ่ง มีคะแนนความนิมยมเหนือ ดร. ออซ ที่ถูกขุดคุ้ยเรื่องข่าวฉาวโฉ่ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาสรรพคุณอาหารเสริมเกินจริงในรายการ แต่ก็ประมาทไม่ได้เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ลงพื้นที่มาช่วย ดร.ออซ หาเสียงด้วยตัวเอง

และในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ หากเดโมเเครตเสียเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา จะส่งผลทันทีต่อฝ่ายบริหารที่นำโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน

นั่นจะทำให้รัฐบาลของไบเดนกลายสภาพเป็น  “รัฐบาลเป็ดง่อย” เพราะอาจจะไม่สามารถผลักดันร่างกฏหมายสำคัญๆได้อีกเลยในช่วง 2 ปีที่หลือ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่เดี่ยวข้องกับสิทธิการทำแท้งเสรี กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา ผู้อพยพ โลกร้อน และอาจรวมถึงการผ่านกฎหมายที่สำคัญอย่างกฎหมายงบประมาณ

และที่สำคัญคือ จะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า

หากประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีความยากลำบากในการบริหารงาน มีแนวโน้มสูงที่พรรคเดโมเครตจะเสียเปรียบในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024 

โดยเฉพาะในวันที่เริ่มมีสัญญานชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะลงชิงตำแหน่งในปี 2024 ด้วย

ในระหว่างหาเสียงอยู่ที่รัฐโอไฮโอ ทรัมป์ ได้ประกาศบนเวทีว่า จะประกาศ “ข่าวใหญ่” ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ แต่สื่อสำนักต่างๆรวมถึงบรรดานักวิเคราะห์ทางการเมือง  ต่างพากันคาดหมายว่าข่าวใหญ่ของทรัมป์น่าจะหมายถึงการประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัยหน้าในปี 2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

FINAL CALL

FINAL CALL

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ