จับตา “นาโต” จะใช้บทบัญญัติมาตรา 5 หรือไม่? หลังมิสไซล์ตกในโปแลนด์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




บทบัญญัติมาตรา 5 ของนาโตระบุว่า “การโจมตีหนึ่งในประเทศสมาชิกด้วยอาวุธ จะถือเป็นการโจมตีกลุ่มนาโตทั้งหมด”

ทั้งโลกต่างจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรนาโต (NATO) หลังจากเมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) เกิดเหตุขีปนาวุธที่คาดว่าเป็นของรัสเซียพุ่งตกใส่หมู่บ้าน “พาเซโวโดฟ (Przewodów)” ของโปแลนด์ที่อยู่ใกล้พรมแดนยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะขยายตัวกลายเป็นสงครามรัสเซีย-นาโตหรือไม่

ชาติสมาชิกนาโต - G7 เตรียมถกด่วน หลังจรวดรัสเซียตกในโปแลนด์

รัสเซียถล่มยูเครนหนัก ขีปนาวุธตกแผ่นดินโปแลนด์ ชาวบ้านดับ 2 ราย

เปิดประชุมสุดยอด G20 ผู้นำอินโดนีเซียวอนยุติสงคราม

อันด์เช ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์กล่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่า ขีปนาวุธที่ตกในโปแลนด์เป็นฝีมือของใคร แต่ “มีแนวโน้มมากที่สุด” ว่านี่เป็นขีปนาวุธที่ผลิตโดยรัสเซีย

เขาเสริมว่า เหตุในพาเซโวโดฟเป็นเหตุการณ์ที่น่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะเกิดขึ้นอีก โดยขณะนี้โปแลนด์ได้ยกระดับการเฝ้าระวังทางอากาศ และขอให้ประชาชนอย่าเกิดความตื่นตระหนก

มีรายงานว่า ทางการโปแลนด์ได้เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโปแลนด์เข้าพบเพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นทางการรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบอกว่านี่เป็นแผนการยั่วยุเพื่อยกระดับความวุ่นวายเท่านั้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า นาโตจะทำอย่างไรต่อไป? และมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่นาโตจะเข้าร่วมในสงครามรัสเซีย-ยูเครนโดยตรง?

ที่ผ่านมา กลุ่มนาโตและชาติสมาชิกไม่ได้มีส่วนการต่อสู้ระหว่างรัสเซียและยูเครนโดยตรง มีเพียงการให้ความช่วยเหลือด้านอาวุธและด้านมนุษยธรรมเท่านั้น แต่ภายใต้หลักการที่ว่า “หากชาติสมาชิกถูกโจมตี จะเท่ากับเป็นการโจมตีทั้งกลุ่มพันธมิตร” ก็ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า นาโตอาจร่วมแจมในสงครามรัสเซีย-ยูเครนหากถูกโจมตีจากรัสเซีย

แต่เบื้องต้น ความเคลื่อนไหวของนาโตมีการเตรียมประชุมหารือด่วน ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 4 ของสนธิสัญญานาโต ที่อนุญาตให้ชาติสมาชิกเรียกประชุมใหญ่ได้ “หากบูรณภาพแห่งดินแดน ความเป็นอิสระทางการเมือง หรือความมั่นคงกำลังถูกคุกคาม”

แหล่งข่าวที่เป็นทูตของยุโรป 2 คนรายงานตรงกันว่า ในวันนี้ (16 พ.ย.) นาโตและผู้นำประเทศมาชิกจะจัดการประชุมหารือกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังโปแลนด์บังคับใช้บทบัญญัติมาตรา 4 ของสนธิสัญญานาโต

แต่ที่น่าจับตามองกว่านั้นคือ นาโตจะมีการประกาศบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา 5 ของสนธิสัญญานาโตหรือไม่?

บทบัญญัตินี้ระบุว่า “การโจมตีหนึ่งในประเทศสมาชิกด้วยอาวุธ จะถือเป็นการโจมตีกลุ่มนาโตทั้งหมด ... หากการโจมตีด้วยอาวุธดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ละประเทศที่มีสิทธิในการป้องกันตนเองซึ่งเป็นที่ยอมรับในมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ จะช่วยพันธมิตรที่ถูกโจมตีดังกล่าวโดยทันที และร่วมกับภาคีอื่น ๆ ในการดำเนินการตามที่เห็นว่าจำเป็น ซึ่งรวมถึงการใช้กองกำลังติดอาวุธ เพื่อฟื้นฟูและรักษาความปลอดภัยของแอตแลนติกเหนือ”

พูดง่าย ๆ ก็คือ หากนาโตเห็นชอบประกาศใช้บทบัญญัติมาตราดังกล่าว นาโตอาจเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามรัสเซีย-ยูเครนโดยตรงนั่นเอง และนั่นจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้ใหญ่และรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ที่ผ่านมา เนื่องจากยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต การรุกรานของรัสเซียในเดือน ก.พ. จึงไม่ได้ทำให้นาโตประกาศใช้บทบัญญัติ 5 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนมาโดยตลอดว่า หากการโจมตีของรัสเซียเล็ดลอดไปยังประเทศเพื่อนบ้านยูเครนซึ่งเป็นสมาชิกนาโต อาจบังคับให้กลุ่มพันธมิตรดำเนินการตอบโต้รัสเซียด้วยกำลังทหารได้

หากพิสูจน์ทราบได้ว่า ขีปนาวุธที่ตกใส่โปแลนด์เป็นการกระทำของรัสเซียจริง ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือโดยบังเอิญ ก็ได้เพิ่มความเสี่ยงในการขยายสงครามโดยการดึงประเทศอื่น ๆ เข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งนาโตขึ้นมา ก่อนหน้านี้เคยมีการประกาศใช้บทบัญญัติมาตรา 5 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือเมื่อครั้งที่มีการก่อวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐฯ นั่นเอง ซึ่งครั้งนั้นประเทศสมาชิกได้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือใช้เรดาร์ตรวจสอบน่านฟ้าเหนือสหรัฐฯ และยกระดับการลาดตระเวนทางทะเลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ไอโว ดาลเดอร์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต กล่าวว่า บทบัญญัติมาตรา 5 ไม่สามารถประกาศใช้โดยประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมี “ฉันทามติร่วมกันของสมาชิกนาโต”

 

คอนเทนต์แนะนำ
"แคนาดา" ห่วงจีนแทรกแซงกิจการภายใน
"แคนาดา" ห่วงจีนแทรกแซงกิจการภายใน
ปธน.อินโดฯ เรียกร้อง G20 ร่วมมือยุติสงครามในยูเครน
ปธน.อินโดฯ เรียกร้อง G20 ร่วมมือยุติสงครามในยูเครน

 

นอกจากนี้ วิลเลียม อัลเบอร์เก ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ เทคโนโลยี และการควบคุมอาวุธ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ ประเมินว่า แม้จะสรุปได้ว่าขีปนาวุธที่ตกในโปแลนด์เป็นของรัสเซียจริง ๆ และไม่ได้เกิดจากการยิงสกัดกั้นของยูเครน ก็อาจยังไม่เข้าข่าย ‘การโจมตีด้วยอาวุธ’ ที่ระบุไว้ในบทบัญญัติมาตรา 5

“‘การโจมตีด้วยอาวุธโดยเจตนา’ ถือว่าเข้าข่าย แต่ขีปนาวุธ 2 ลูกที่ยิงผิดพลาดอาจไม่ใช่” อัลเบอร์เกกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีการประกาศบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา 5 แต่ก็เป็นไปได้ว่า การสนับสนุนยูเครนจากนาโตอาจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั่นก็นับเป็นข่าวร้ายสำหรับรัสเซียอยู่ดี

 

เรียบเรียงจาก Reuters / The Guardian

ภาพจาก AFP

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ