สถานีโทรทัศน์เอ็มอาร์ทีวี ของทางการเมียนมา รายงานเมื่อวานนี้ว่า รัฐบาลทหารเมียนมาได้ประกาศนิรโทษกรรมนักโทษ 5,774 คน จากเรือนจำอินเส่งในกรุงย่างกุ้ง เนื่องในโอกาสวันชาติ โดยในจำนวนของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้ เป็นผู้มีชื่อเสียง 11 คน และชาวต่างชาติ 4 คน ได้แก่ นางวิกกี้ โบว์แมน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมา นายฌอน เทอร์เนลล์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของนางอองซาน ซูจี นายโทรุ คุโบตะ ผู้กำกับสารคดีชาวญี่ปุ่น และ จ่อ เต อู ซึ่งถือสัญชาติอเมริกัน
สื่อทางการเมียนมารายงานว่า ในส่วนของนักโทษต่างชาติ ที่ถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำก็จะถูกเนรเทศออกจากเมียนมาในทันที พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพของ โทรุ คุโบตะ วัย 26 ปี นั่งรวมกับนักโทษคนอื่นๆ และมีนักการทูต ซึ่งกำลังลงนามในเอกสารการเดินทางออกจากเมียนมากับเจ้าหน้าที่ ทางการออสเตรเลียยืนยันว่า ฌอน เทิร์นเนลล์วัย 58 ปีได้เดินทางออกจากเมียนมาตั้งเมื่อวานนี้ และเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว
ขณะที่แหล่งข่าวทางการทูตของอังกฤษยืนยันว่า วิกกี้ โบว์แมน วัย 56 ปีได้เดินทางออกจากเมียนมาแล้วเช่นกัน ส่วนทางการสหรัฐฯ ยืนยันว่า จ่อ เต อู ซึ่งเป็นพลเมืองชาวอเมริกันก็ได้รับการปล่อยตัวแล้วเช่นเดียวกัน ในส่วนของนักโทษชาวต่างชาติ 4 คนนี้ถูกจับกุมตัว หลังกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารเมื่อต้นปีที่แล้ว โดยจ่อ เต อู ถูกจับกุมในเดือนกันยายนปีที่แล้วด้วยข้อหาก่อการร้าย
ส่วน ฌอน เทิร์นเนลล์ ถูกจับกุมที่โรงแรมในกรุงย่างกุ้ง เพียงไม่กี่วันหลังจากทหารเมียนมายึดอำนาจ และเดือนกันยายน เทอร์เนลล์ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีในข้อหาละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่ โทรุ คุโบตะ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม หลังจากถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอการชุมนุมของผู้ประท้วงต่อต้านการรัฐประหาร และต่อมาถูกตัดสินจำคุก 10 ปีในข้อหาปลุกระดมเข้าร่วมการประท้วง และข้อหาอื่น ๆ
ส่วนวิกกี้ โบว์แมน ถูกจับกุมพร้อมกับสามีชาวเมียนมาในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนสิงหาคม และถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปีในคดีละเมิดกฎหมายเข้าเมือง สำหรับเมียนมาตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมือง นับตั้งแต่กองทัพทำรัฐประหารปีที่แล้ว โดยรัฐบาลทหารเมียนมาเดินหน้าปราบปรามผู้เห็นต่างด้วยความรุนแรง และจับกุมประชาชนไปแล้วมากกว่า 16,000 คน
ขณะที่สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ระบุว่า ในช่วง 18 เดือน หลังกองทัพเมียนมายึดอำนาจได้สังหารพลเรือนไปแล้ว 2,404 คน และพบว่าเมืองสกาน์ย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับสังหาร การจับกุมตัว และการควบคุมของรัฐบาลทหารเมียนมาในช่วงหลังรัฐประหารฉบับล่าสุด ที่เผยแพร่เมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาระบุว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผู้หญิง 291 คน หรือคิดเป็น 12.2 % เป็นเด็ก 243 คน หรือคิดเป็น 10.1 % และพบผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังถึง 742 คน หรือคิดเป็น 31 %