เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียเปิดเผยว่า เกิดเหตุชวนหัวที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศ เมื่อจู่ ๆ กัญชาของกลางที่ยึดมาได้จากผู้ต้องหาคดีค้ากัญชาผิดกฎหมายหายไปอย่างเป็นปริศนาเกือบ 200 กิโลกรัม
ในทีแรกเจ้าหน้าที่กังวลว่านี่อาจเกิดจากการลักลอบขนย้ายกัญชาของคนใน แต่เมื่อสืบไปสืบมา กลับพบว่าผู้ร้ายตัวจริงในคดีนี้คือ “ฝูงหนู” ที่ลอบเข้ามากัดกินกัญชาในห้องที่ใช้เก็บของกลาง
สธ.เตรียมวิจัยสารสกัดกัญชาชนิดหยอดใต้ลิ้น ปูทางใช้บำบัดผู้ติดยาบ้า
ศาลประจำรัฐอุตตรประเทศได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมหลักฐานว่ากัญชาของกลางที่หายไปเป็นฝีมือของฝูงหนูจริง ๆ ไม่ใช่ฝีมือของใครอื่น และระบุว่า “หนูเป็นสัตว์ตัวเล็กและไม่กลัวตำรวจ ยากที่จะป้องกันยาเสพติดเหล่านี้จากพวกมัน”
ซานเจย์ ชอดารี ผู้พิพากษาศาลรัฐอุตตรประเทศ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีคดีที่เกี่ยวข้องกับหนูแอบกินกัญชาแล้ว 3 คดี และขณะนี้เฉพาะสถานีตำรวจในเขตมธุราก็ยังมีกัญชาของกลางคงค้างอยู่กว่า 700 กิโลกรัม ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกหนูแอบเข้ามากัดแทะทำลายอย่างมาก
เขากล่าวว่าตำรวจไม่มีความชำนาญในการจัดการกับเรื่องนี้ เนื่องจากหนูตัวเล็กเกินไป วิธีเดียวที่จะปกป้องสินค้าที่ยึดได้จากหนูเหล่านี้ คือการประมูลขายกัญชาของกลางให้กับห้องปฏิบัติการวิจัยและบริษัทยา โดยรายได้จะมอบให้รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังมีจุดที่น่าสงสัยอยู่ในระดับหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสของเขตมธุรานายหนึ่งกล่าวว่า กัญชาบางส่วนที่เก็บไว้ในสถานีตำรวจได้รับความเสียหายจาก “ฝนตกหนัก” และไม่ได้ถูกกัดกินโดยฝูงหนู
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ในปี 2018 เคยมีเคสคล้ายกันในอาร์เจนตินา ซึ่งตำรวจบอกว่าฝูงหนูกินกัญชาของกลางไปกว่าครึ่งตัน แต่ในครั้งนั้นมีตำรวจ 8 นายโดนไล่ออก เพราะผู้เชี่ยวชาญออกมาบอกว่า หากฝูงหนูกินกัญชาเข้าไปจริง จะต้องพบซากศพของพวกมัน เพราะข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า หากหนูกินแป้งที่เจือด้วยกัญชาเข้าไป พวกมันจะมีแนวโน้มที่จะกระฉับกระเฉงน้อยลง และอุณหภูมิร่างกายของพวกมันก็จะลดต่ำลงด้วย
เรียบเรียงจาก BCC
ภาพจาก AFP