นายเปโตร โคติน ประธานบริษัท ‘เอเนอร์กออะตอม’ (Energoatom) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของยูเครน เปิดเผย ว่า เริ่มมีสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ากองทัพรัสเซียอาจตรียมถอนทหารออกจากพื้นที่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริสเซีย ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารรัสเซียตั้งแต่เดือน มี.ค. โดยนาย โคติน ได้อ้างรายงานข่าวจากสื่อมวลชนหลายสำนักในรัสเซียที่ ระบุว่า การถอยออกจากโรงงานโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริสเซีย จะมีประโยชน์กว่า และอาจคุ้มค่าที่จะส่งมอบการดูแลโรงงาน ให้สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA
อย่างไรก็ตาม โคติน ยอมรับว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการถอนทหารรัสเซียออกจากโรงงานไฟฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ แต่ยังเชื่อว่ารัสเซียอยู่ในระหว่างเตรียมการที่จะออกจากพื้นที่
โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ ได้พบกับตัวแทนจากรัสเซียในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองความปลอดภัยนิวเคลียร์รอบ ๆ ตัวโรงไฟฟ้าแห่งนี้ เพื่อป้องกันภัยพิบัติเหตุด้านนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการต่อสู้ระหว่างยูเครนและรัสเซีย
สำนักข่าว RIA ของรัฐบาลรรัสเซีย รายงานโดยอ้างคำพูดของ นาย เซอร์เก ลาบคอฟ (Sergei Ryabkov) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ที่คาดว่าว่าการตัดสินใจจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองความปลอดภัยนั้นควรเกิดขึ้นในเร็ววัน
ส่วนสถานการณ์ในยูเครนเวลานี้ อุณหภูมิในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มลดต่ำลงมาอยู่ในระดับใกล้ 0 องศาเซลเซียส ท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมา โดยประชนหลายล้านคนยังคงเผชิญความยากลำบากในการใช้ชีวิตเนื่องจากการผลิตกระแสไฟ และ ระบบทำความร้อนในส่วนกลางได้รับผลกระทบจากการที่กองทัพรัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีหลายระลอก
บริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้า ยังไม่สามารถกลับมาจ่ายไฟได้อย่างเต็มที่ โดยการผลิตไฟฟ้าในตอนนี้ยังอยู่ต่ำกว่ากำลังการผลิตสูงสุดอีก 20 เปอร์เซนต์ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการประหยัดพลังงาน ด้วยการยังคงดำเนินมาตรการดับไฟเป็นบางช่วงเวลา
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เชื่อว่ากองทัพรัสเซียจะยิงขีปนาวุธโจมตีระลอกใหม่อีกครั้ง ตลอดสัปดาห์นี้ พร้อมเรียกร้องประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
ส่วนแนวโน้มการสู้รบในช่วงฤดูหนาวนี้ สถาบันสงครามศึกษาในสหรัฐฯ ระบุว่าขณะนี้มีรายงานข่าวจากทั้งฝั่งรัสเซียและยูเครนเกี่ยวกับฝนที่ตกหนัก และ หลายพื้นที่กลายเป็นดินโคลน ขณะที่อีกไม่กี่วันข้างหน้าหลายพื้นที่จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส โดยปัจจัยด้านสภาพอากาศเช่นนี้ อาจเป็นอุปสรรคต่อแผนการสู้รบของทั้งสองฝ่าย