"บัคมุต" เมืองยุทธศาสตร์ในภูมิภาคดอนบาส


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สงครามในยูเครนดำเนินมากว่า 10 เดือนแล้ว การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งจะเป็นการสู้กันบนทุ่งน้ำแข็งท่ามกลางอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส

ตอนนี้สถานการณ์การสู้รบหลัก ๆ ขยับกลับมาอยู่ที่แคว้นโดเนตสก์ในภูมิภาคดอนบาสแล้ว การรบของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด จนผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจทำให้ทหารของทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขทหารที่เสียชีวิตอย่างเป็นการออกมา มีเพียงแค่การประมาณการณ์เบื้องต้นเท่านั้น

ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนได้ออกมาประมาณการณ์ตัวเลขของทหารยูเครนที่เสียชีวิตเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน

รัสเซียแย้มพลิกสูตรสู้ยูเครน

รัสเซีย แนะชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ไม่ควรเผชิญหน้ากันเอง

วันนี้ 2 ธ.ค.สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มิคาโล โปลโดยัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขทหารยูเครนที่เสียชีวิตจากสงครามการรุกรานยูเครนโดยระบุว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตไปแล้วราว 10,000-13,000 นาย

อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขประมาณการณ์เท่านั้นและยังไม่ได้รับการยืนยันจากกระทรวงกลาโหมของยูเครน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้

นอกจากนี้ หลายฝ่ายมองว่าตัวเลขการประเมินดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว มาร์ก มิลลี่ย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ เคยประเมินไว้ว่า ทั้งรัสเซียและยูเครนน่าจะสูญเสียทหารไปไม่ต่ำกว่าฝั่งละ 100,000 นาย ถ้าพิจารณาจากสถานการณ์การต่อสู้ที่เกิดขึ้นกว่า 9 เดือน

อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้อัตราการเสียชีวิตของพลทหารในสนามรบของทั้งสองฝั่งสูงกว่าที่ประเมินคือ การสู้รบอย่างดุเดือดที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ โดยเฉพาะตรงบริเวณเมืองบัคมุต ในแคว้นโดเนตสก์

เมืองบัคมุตกลายมาเป็นสนามรบสำคัญของทั้งสองฝ่ายในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จนนักวิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพการณ์ของแนวรบในบริเวณว่า เหมือนสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1

ล่าสุดวันนี้ The Institute for the Study of War รายงานว่ากองทัพรัสเซียสามารถยึดพื้นที่ในเมืองบัคมุตได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็แลกมาด้วยความเสียหายที่สื่อหลายสำนักพาดหัวหน้าหนึ่งโดยใช้คำว่า “ใหญ่หลวง” (Colossal)

โดยเซอร์ฮี แกรบสกี อดีตนายพลชาวยูเครนประเมินว่า ในสมรภูมิบัคมุตที่สองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างหนัก ฝั่งยูเครนอาจเสียกำลังพลไปวันละประมาณ 30-50 นาย หรือราวครึ่งกองร้อย

ในขณะที่ฝั่งรัสเซียอาจสูญเสียกำลังพลต่อวันมากกว่ายูเครน 3-4 เท่าหรือราว 120-200 นาย

สาเหตุที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่สมรภูมินี้เป็นเพราะเมืองแห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย เนื่องจากมีถนนที่สามารถเชื่อมไปได้หลายทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเหนือหรือทางตะวันตกของภูมิภาคดอนบาส

สำหรับฝั่งยูเครน การเสียเมืองบัคมุตจะทำให้ยูเครนสูญเสียเส้นทางในการขนส่งเสบียงให้กับทหารในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งส่งผลเสียต่อยูเครนอย่างมากหากต้องการทำสงครามฤดูหนาว

ส่วนฝั่งรัสเซีย การครอบครองเมืองบัคมุตได้ จะสร้างหลักประกันว่ารัสเซียจะสามารถเคลื่อนทัพต่อไปยังเมืองต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น โดยรัสเซียสามารถมุ่งหน้าไปที่เมืองแฝดคู่สำคัญอย่างครามาทอร์สก์และสลาเวียนสก์ได้ และจะควบคุมแนวรบได้ง่ายขึ้น

ในขณะที่การสู้รบในยูเครนยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด บรรดาชาติพันธมิตรของยูเครนก็พยายามหาทางออกและหาความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ยูเครนอย่างต่อเนื่อง

สังเกตได้จากการประชุมของบรรดารัฐมนตรีต่างประเทศนาโตที่เพิ่งจะจบลงไปเมื่อสองวันก่อน

แต่นอกจากการประชุมของนาโตแล้ว เมื่อวานนี้ยังมีอีกการพบกันที่สำคัญระหว่างผู้นำฝรั่งเศสและสหรัฐฯ ซึ่งทั้งเป็นพันธมิตรรายใหญ่ของยูเครน

เมื่อวานนี้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้เปิดทำเนียบขาวต้อนรับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส

โดยหนึ่งประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงระหว่างการพบกันในครั้งนี้คือเรื่องของสงครามในยูเครน ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศก็ให้คำมั่นร่วมกันว่าจะสนับสนุนยูเครนในการสู้รบกับรัสเซียต่อไป

นอกจากนี้ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวหลังจากต้อนรับประธานาธิบดี เอมมานูเอลมาครง ผู้นำฝรั่งเศสว่าการเป็นพันธมิตรระหว่างประเทศทั้งสองเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการปกป้องทั้งสองประเทศ  

ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐฯ ได้ยกย่องฝรั่งเศสว่าเป็นหุ้นส่วนที่ดีเยี่ยมของสหรัฐฯ  และทั้งสองประเทศกำลังเผชิญหน้ากับความทะเยอทะยานของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

 อย่างไรก็ตาม ไบเดนระบุว่าแม้จะยังไม่มีแผนติดต่อกับ ประธานาธิบดีปูตินในอนาคตอันใกล้นี้ แต่ตนเองมีความพร้อมที่จะพูดคุย หากผู้นำรัสเซียแสดงความสนใจที่จะยุติสงครามในยูเครน

ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง กล่าวว่า เมื่อสงครามยูเครนเข้าสู่เดือนที่ 10 สหรัฐฯและฝรั่งเศส จำเป็นต้องร่วมมือกันทางทหารอีกครั้ง

ส่วนในประเด็นการสู้รบ ผู้นำฝรั่งเศสยืนยันว่าจะไม่มีการขอร้องให้ยูเครนผ่อนปรนเงื่อนไขในการยุติสงครามกับรัสเซีย เพราะทุกประเทศต้องเคารพการตัดสินใจของชาวยูเครนในการกำหนดชะตาของตัวเอง

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ยังมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของพันธมิตรชาติตะวันตกในการกดดันรัสเซียคือ การประชุมประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรือ อียู

โดยประเทศสมาชิกได้เห็นพ้องกันในเรื่องการจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียให้อยู่ที่ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงรอความยินยอมจากโปแลนด์เป็นรายสุดท้ายเท่านั้น

เนื่องจากทางโปแลนด์เคยเสนอการจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียที่ต่ำกว่านี้ โดยโปแลนด์ต้องการให้เพดานราคาน้ำมันดังกล่าวอยู่ที่ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น

สหภาพยุโรปจะเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามส่งสินค้าออกต่อการขนส่งน้ำมันทางเรือของรัสเซีย ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 ธ.ค.เป็นต้นไป

โดยมาตรการนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อสกัดเรือบรรทุกต่างๆ จากการขนส่งน้ำมันของรัสเซียที่จำหน่ายในราคาสูงกว่าเพดานราคาดังกล่าว ในนั้นรวมถึงการห้ามบรรดาบริษัทประกันภัยสหราชอาณาจักรและอียู รับทำประกันภัยทางทะเลและการขนส่งแก่เรือพาณิชย์ที่ขนส่งน้ำมันรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่บรรดาคณะผู้แทนทูตยุโรปพบปะหารือกันเกี่ยวกับระดับเพดานราคาที่จะกำหนดกับน้ำมันของรัสเซีย ราคาน้ำมันดิบอูราล ซึ่งเป็นน้ำมันดิบส่งออกหลักของรัสเซียตอนนี้ราคาซื้อ-ขายอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านวอลลี อาเดเยโม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกมาพูดถึงประเด็นนี้วันนี้ว่า การจำกัดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียจะทำให้รายได้ของรัสเซียลดลง และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าราคาน้ำมันรัสเซียจะอยู่ตลาดโลกในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

อย่างไรก็ดี ทางฝั่งรัสเซียไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก โดยมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาแสดงคามเห็นเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกที่มีสัญญาณว่ายุโรปจะบังคับใช้มาตราการดังกล่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้ความเห็นว่า การจำกัดเพดานราคาน้ำมันของยุโรปถือเป็นมาตรการการต่อต้านกลไกตลาด และจะไปรบกวนการทำงานของระบบห่วงโซ่อุปทานและทำให้สถานการณ์ด้านพลังงานในตลาดโลกซับซ้อนขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ เธอยังย้ำว่ารัสเซียจะไม่ส่งน้ำมันให้กับประเทศที่บังคับใช้มาตรการดังกล่าว ก่อนจะบอกให้ประเทศเหล่านั้นเตรียมรับผลที่จะตามมา

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ