The Swiftest เว็บไซต์แนะนำการซื้อประกันของสหรัฐฯ จัดอันดับดัชนีความปลอดภัยในการเดินทาง (Travel Safety Index) จาก 50 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในโลก โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดต่าง ๆ และสภาพความเป็นอยู่ในประเทศนั้นๆ
ผลปรากฏว่า "แอฟริกาใต้" ขึ้นแท่นประเทศอันตรายอันดับ 1 เพราะมีผลคะแนนรวมมากที่สุดในแทบทุกด้าน โดยมีอัตราการเกิดฆาตกรรมสูงเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกับความเสี่ยงจากโรคระบาดและการบาดเจ็บ และยังมีอัตราการเสียชีวิตจากภาวะแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัยสูงเป็นอันดับต้น ๆ
อันดับ 2 คือ อินเดีย ที่มีอันตรายจากโรคระบาด มีความเสี่ยงจะเกิดอาการบาดเจ็บ และเจอภัยธรรมชาติ
อันดับ 3 คือ สาธารณรัฐโดมินิกัน ตามด้วยเม็กซิโกและบราซิล
หากพิจารณาเฉพาะ 25 อันดับแรก จะเห็นว่าเกือบครึ่งหนึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในเอเชีย และมีถึง 6 ชาติในอาเซียนที่ติด Top 20 ได้แก่ กัมพูชา (อันดับ 6) ฟิลิปปินส์ (อันดับ 7) เวียดนาม (อันดับ 9) อินโดนีเซีย (อันดับ 10) ไทย (อันดับ 12) และมาเลเซีย (อันดับ 18)
ในส่วนของประเทศไทย ที่ติดอันดับ 12 เพราะมีอัตราการเสียชีวิตจากการจราจรบนถนนค่อนข้างสูง เช่นเดียวกับอัตราการเสียชีวิตจากภาวะแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัย และยังมีความเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บหรือเจอภัยธรรมชาติ
ส่วนประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุดในบรรดา 50 ประเทศที่นำมาจัดอันดับ ได้แก่ สิงคโปร์ ที่มีอัตราการเสียชีวิตจากฆาตกรรมต่ำมาก แทบไม่มีการเสียชีวิตจากสารพิษหรือภาวะแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขอนามัยเลย
ตามด้วยเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และอิสราเอล
IATA คาดสายการบินทั่วโลกจะกลับมาทำกำไรปีหน้า
ขณะเดียวกัน สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (IATA) ออกมาคาดการณ์ว่า ในปีหน้าบรรดาสายการบินทั่วโลกจะเริ่มกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง หลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2019 เนื่องจากขณะนี้ แทบทุกประเทศผ่อนคลายมาตรการ กลับมาใช้ชีวิตและเดินทางท่องเที่ยวกันตามปกติ ทำให้การเดินทางทางอากาศเริ่มฟื้นตัวขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีหน้า "ฟื้นช้าและไม่ทั่วถึง" แม้ท่องเที่ยวกลับมา
บางกอกแอร์เวย์ส ขานรับท่องเที่ยว เตรียมเพิ่มอีก 6 เส้นทางบินอินเตอร์ ภายในปีหน้า
เบื้องต้น คาดการณ์ว่า ในปี 2023 จะมีผู้โดยสารเดินทางด้วยเครื่องบินมากกว่า 4,000 ล้านคน และอุตสาหกรรมการบินจะมีกำไรสุทธิถึง 4,700 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลจากไออาตา ชี้ว่า ระหว่างปี 2020-2021 สายการบินต่าง ๆ สูญเงินไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพราะวิกฤตโรคระบาด
ภาพจาก AFP, The Swiftest