เมื่อวานนี้ (13 ธ.ค.) แบงก์แมน-ฟรายด์ ถูกนำตัวขึ้นศาลแขวงที่บาฮามาส ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ถูกจับกุมตัวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามคำขอของสำนักอัยการสูงสุดสหรัฐฯ
รายงานข่าวระบุว่า พ่อแม่ของแบงก์แมน-ฟรายด์ เดินทางมาที่ศาลด้วย ขณะที่เจ้าตัวดูมีอาการตื่นกลัวและอยู่ไม่สุขตลอดเวลาที่อยู่ในศาล
เบื้องต้น ทนายความยื่นหลักทรัพย์ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 8 ล้าน 6 แสนบาท เพื่อขอประกันตัว โดยจะให้สวมใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้า เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
บทสรุป FTX ยักษ์กระดานเทรดล้ม วิกฤตใหญ่โลกคริปโทฯ อาจซ้ำรอย LUNA
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเสี่ยงที่จำเลยจะหลบหนี จึงส่งไปฝากขัง ระหว่างรอการไต่สวนเพื่อส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.ปีหน้า ขณะที่ทนายความยืนยันว่า แบงก์แมน-ฟรายด์ จะสู้คดี เพื่อไม่ให้ตนเองถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในสหรัฐฯ อย่างแน่นอน
ส่วนความเคลื่อนไหวในฝั่งสหรัฐฯ สำนักอัยการในแมนฮัตตันได้ยื่นฟ้องแบงก์แมน-ฟรายด์ในความผิดทางอาญา 8 กระทง ซึ่งรวมถึงการฟอกเงิน สมรู้ร่วมคิดและฉ้อโกงนักลงทุนผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ จากกรณีที่มีการโยกย้ายเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์ของลูกค้าไปใช้แบบลับ ๆ เช่น นำไปบริจาคสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน
เดเมียน วิลเลียมส์ อัยการประจำศาลแขวงใต้ของรัฐนิวยอร์ก ระบุว่า นี่คือหนึ่งในคดีฉ้อโกงเงินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งหากแบงก์แมน-ฟรายด์ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงตามนี้ ก็อาจต้องรับโทษจำคุกรวมกว่า 115 ปี
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนที่แล้ว FTX กระดานเทรดคริปโตฯ ชั้นนำ ซึ่งเคยมีมูลค่าการซื้อขายสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ถูกเปิดโปงว่ากำลังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้คู่แข่งหลักอย่าง ไบแนนซ์ (Binance) ตัดสินใจประกาศล้มดีลเข้าซื้อกิจการ สร้างความตื่นตระหนก และทำให้ลูกค้าพากันแห่ถอนเงิน จนบริษัทต้องยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากภาวะล้มละลายในสหรัฐฯ
การประกาศล้มละลายของบริษัท ยังทำให้ผู้ใช้งานกว่า 1 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงหรือถอนเงินของตนเองออกจากระบบได้
สำหรับแบงก์แมน-ฟรายด์ วัย 30 ปี เคยถูกขนานนามว่าเป็น "วอร์เรน บัฟเฟตต์" แห่งโลกคริปโตฯ โดยเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาอยู่ที่กว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา เจ้าตัวยืนยันว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของตนเอง ไม่ใช่การหลอกลวงหรือฉ้อโกง
คนแห่ถอนเงินจาก "ไบแนนซ์" หวั่นซ้ำรอย FTX
ซีอีโอไบแนนซ์ห่วงแพลตฟอร์มคริปโทฯ หวั่นซ้ำรอย FTX
มหากาพย์ FTX ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือของการลงทุนในคริปโตฯ ยังทำให้นักลงทุนแห่ถอนเงินออกจาก ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มคริปโตฯ อันดับ 1 ของโลกด้วย เนื่องจากลูกค้าหลายคนเริ่มไม่มั่นใจเรื่องทุนสำรองของบริษัท และหวั่นจะเกิดเหตุซ้ำรอย
โดยข้อมูลจากบริษัทนานเซน (Nansen) ซึ่งเป็นบริษัทข้อมูลบล็อกเชน ชี้ว่า ยอดคนแห่ถอนเงินออกจากไบแนนซ์พุ่งแตะ 1,900 ล้านดอลลาร์ หรือ 65,000 ล้านบาท ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จนทำให้บริษัทต้องระงับการถอนเหรียญ USDC ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ หรือเหรียญที่ถูกตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินดอลลาร์ เป็นการชั่วคราว
ฉางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao) ซีอีโอของไบแนนซ์ ระบุว่า พบการถอนเหรียญ USDC เพิ่มขึ้น มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1,140 ล้านดอลลาร์ จึงเกิดภาวะคอขวดเล็กน้อย แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติ และการถอนสกุลเงินคริปโตฯ อื่น ๆ ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ขณะที่เดือนที่แล้ว บริษัทได้ออกรายงานทุนสำรอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินสดสำรองของบริษัทอยู่ที่ 101% เพียงพอจะรองรับการถอนเงินของลูกค้าทั้งหมดได้
ภาพจาก AFP