จากภาพในวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมาจะเห็นว่าทหารอินเดียและจีนกำลังปะทะกันด้วยอาวุธที่คล้ายกับท่อนไม้หรือท่อเหล็ก ก่อนที่ฝ่ายทหารจีนจะถอยร่นกลับไป
วิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาบนโซเชียลมีเดียของอินเดีย หลังการแถลงของรัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย ที่ระบุว่ากองทัพจีนพยายามรุกล้ำข้ามเส้นพรมแดน LAC
ก่อนที่ทหารอินเดียจะสามารถขับไล่ทหารจีนให้ถอยร่นกลับไปยังที่ตั้งในฝั่งของตัวเองได้สำเร็จ พร้อมระบุว่านี่เป็นความพยายามของจีนที่จะเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่ตามชายแดน
ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นคนถ่ายวิดีโอนี้และใครเป็นคนปล่อยออกมา แต่ก็มีการตั้งคำถามว่ารัฐบาลอินเดียจะเป็นผู้ปล่อยคลิปนี้เองหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกกับสำนักข่าว CNN ว่า วิดีโอดังกล่าวอาจไม่ใช่การปะทะกันที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากนี่เป็นช่วงฤดูหนาวแต่ในวิดีโอกลับไม่มีหิมะอยู่เลย
เอียน ฮอลล์ รองผู้อำนวยการสถาบันกริฟฟิธเอเชียได้บอกกับ CNN ว่า วิดีโอดังกล่าวดูเหมือนว่าต้องการแสดงให้เห็นถึงชัยชนะของอินเดีย และอาจเป็นการปล่อยคลิปเพื่อสนับสนุนคำแถลงของรัฐมนตรีกลาโหมอินเดียให้มีน้ำหนักขึ้น
พร้อมกล่าวเสริมว่ารัฐบาลอินเดียของนายกฯ นเรนทรา โมดี เผชิญกับเสียงวิจารณ์ภายในประเทศ ที่ไม่ได้มีท่าทีแข็งกร้าวกับจีน วิดีโอนี้จึงดูเหมือนการตอบโต้ทางทหารของอินเดีย ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการเผชิญหน้าและปะทะกันของทั้งสองฝ่ายในบริเวณชายแดนพิพาทจุดนี้
โดยจุดที่ปะทะกันเป็นพรมแดนบนเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนและอินเดียมานานเกือบ 6 ทศวรรษ
พื้นที่พิพาทนี้คือพื้นที่ที่เรียกว่า แนวเส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง หรือ LAC เป็นแนวชายแดนของจีนและอินเดียยาวกว่า 3,440 กิโลเมตร ที่แบ่งพื้นที่กันในเชิงพฤตินัย ซึ่งแบ่งเขตแดนกันได้ไม่ดีนัก เนื่องจากเส้นเขตแดนดังกล่าวพาดผ่านแม่น้ำ ทะเลสาบ และหิมะ เป็นเส้นแบ่งธรรมชาติที่ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้มีข้อพิพาทมาตลอดว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นของใคร
ส่งผลให้สองชาติที่มีกองทัพที่ใหญ่ที่สุดอันดันต้นๆ ของโลกต่างเผชิญหน้ากันในหลายจุดตามพรมแดนดังกล่าวหลายครั้ง และการสู้รบครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2020
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2020 กำลังทหารจากกองทัพปลดปล่อยประชาชน ( People's Liberation Army) ของจีน และทหารจากกองทัพอินเดียได้ปะทะกันใกล้เส้น Line of Actual Control (LAC) ซึ่งตั้งอยู่ตรงพรมแดนพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ
จากนั้นในวันที่ 15-16 มิถุนายนปีเดียวกัน ได้เกิดการปะทะกันครั้งใหม่บริเวณหุบเขากาลวาน (Galwan valley) ในภูมิภาคลาดักห์ ซึ่งทั้งจีนและอินเดียต่างอ้างกรรมสิทธิ์ ทำให้มีทหารอินเดียเสียชีวิตอย่างน้อย 20 นาย และมีทหารจีนเสียชีวิตอย่างน้อย 4 นาย
ถึงแม้ฝ่ายจีนจะยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีทหารของตนเสียชีวิต โดยจีนกล่าวหาว่ากองทัพอินเดียข้ามพรมแดนเข้าม เริ่มยุแหย่และโจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนก่อน ส่วนเจ้าหน้าที่อินเดียเผยว่ามีการต่อสู้กันด้วยมือเปล่า รวมถึงมีการใช้แท่งเหล็ก และก้อนหินเป็นอาวุธ
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 7 กันยายน 2020 ได้เกิดการการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดบริเวณแนวเส้น LAC ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปีที่มีการลั่นกระสุนปืนเข้าใส่กันในพื้นที่พิพาทจุดนี้ โดยทั้งฝ่ายอินเดียและจีนต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน
ทหารจีนและอินเดียต่อสู้กันด้วยเรื่องอะไร หลายทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งอินเดียและจีน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์และอธิปไตยของตน เหนือดินแดนพิพาทแห่งนี้ซึ่งเป็นที่ราบสูงที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัย ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันบ่อยครั้งตลอดแนวพรมแดนความยาว 3,440 กิโลเมตร
แต่สถานการณ์เริ่มทวีความตึงเครียดหลังจากอินเดียได้สร้างถนนสายใหม่ตามแนวเส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง (Line of Actual Control-LAC) ซึ่งทำให้ฝ่ายจีนไม่พอใจ และพยายามตอบโต้ด้วยการส่งกำลังทหารเข้าไปในพื้นที่
ขณะเดียวกันก็มีการใช้สงครามข้อมูลข่าวสารในการสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน ในหมู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
แม้พื้นที่พิพาทส่วนใหญ่จะไม่มีประชากรอาศัยอยู่ แต่พื้นที่พิพาทบริเวณหุบเขากาลวานและใกล้เคียงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมการสัญจรบนเทือกเขาหิมาลัย และเชื่อว่ามีทรัพยากรแร่ธาตุที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิดอยู่ใต้พื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ส่งผลให้ชาติมหาอำนาจทั้งสองซึ่งต่างก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ต่างพยายามเข้าครอบครองพื้นที่พิพาทเหล่านี้และทำให้เกิดความกังวลถึงความเสี่ยงที่จะมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ยิงเข้าใส่กัน