สหรัฐฯ-ยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม “ปูติน” ลั่นมีแผนสำรอง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สงครามในยูเครนดำเนินมา 296 วันแล้ว แม้สภาพอากาศจะเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สัญญาณการโจมตีไม่ได้ลดลงตามที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ทางฝั่งรัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งยูเครนก็พยายามโต้กลับด้วยการโจมตีเมืองต่างๆ ที่รัสเซียยึดได้ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าสงครามยูเครนอาจลากยาวกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ตอนนี้ทุกฝ่ายต้องหากลยุทธ์เพื่อให้เป็นผู้ชนะในสงครามได้เร็วที่สุด และหนึ่งในวิธีที่ทำได้คือ การตัดกำลังฝ่ายตรงข้ามด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตร ซึ่งสหรัฐอเมริกา และยุโรปได้ตัดสินใจประกาศคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่แล้ว

เมื่อวานนี้ 15 ธ.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ประกาศการคว่ำบาตรหน่วยงานต่าง ๆ ของรัสเซีย 18 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการทางการเงินของรัสเซีย เช่น รอสแบงก์ และวีทีบี แบงก์ รวมไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและเป็นเครือข่ายของรัฐบาลอีก 40 ราย

ทางการสหรัฐฯ ให้เหตุผลในการคว่ำบาตรครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการจำกัดไม่ให้คนใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซีย รวมถึงรัฐบาลรัสเซีย มีทุนไปสนับสนุนการรบที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครน

 ขณะเดียวกัน สำนักข่าวยูโรนิวส์ (Euronews) รายงานว่าเมื่อช่วงเย็นวานนี้ คณะผู้แทนของชาติสมาชิกอียู มีมติเป็นเอกฉันท์รับรองการคว่ำบาตรรัสเซียชุดที่ 9

โดยมาตรการคว่ำบาตรจะประกอบไปด้วยการคว่ำบาตรบุคคลที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลรัสเซียเพิ่มอีก 200 ราย ซึ่งมาตรการที่ใช้จะเป็นมาตรการแช่แข็งทรัพย์สินในต่างแดนและห้ามการเดินทางมายังประเทศในสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 9 จะมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมด้านความมั่นคง ธนาคาร ภาคการผลิตเหมืองแร่ของรัสเซีย รวมถึงควบคุมการส่งออกสินค้าต่างๆ เช่น สารเคมี สารทำลายประสาท อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และส่วนประกอบด้านไอทีที่กองทัพสามารถนำไปใช้ได้ เช่น อุปกรณ์สำหรับอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน

หากมาตรการคว่ำบาตรนี้มีผลบังคับใช้ จะเท่ากับว่าตอนนี้สหภาพยุโรปได้คว่ำบาตรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียไปแล้วเกือบ 1,500 ราย และองค์กรต่าง ๆ อีกกว่า 118 แห่ง

ท่ามกลางการประกาศมาตรการการคว่ำบาตรระลอกใหม่ของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ได้ออกมาแถลงให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

โดยประธานาธิบดีปูตินแถลงว่า แม้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจะพยายามตัดขาดรัสเซียออกจากโลก แต่รัสเซียจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า รัสเซียคือหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน ธัญพืช และปุ๋ยรายใหญ่ของโลก รัสเซียจึงจะแก้ปัญหานี้ด้วยการแสวงหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ที่รัสเซียสามารถเชื่อถือได้ เช่น ประเทศในทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกัน และแอฟริกา

สำหรับประเทศในเอเชีย ผู้นำรัสเซียมีแผนที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะทำการค้ากับจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรรายสำคัญ

โดยรัสเซียจะเน้นแผนเพิ่มปริมาณการส่งก๊าซมายังจีนผ่านท่อที่อยู่บริเวณภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการส่งได้ถึง 48,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในปีอีกสองปีข้างหน้า และ 88,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2030

ส่วนการซื้อขายก๊าซกับชาติยุโรป ผู้นำรัสเซียย้ำว่ารัฐบาลจะสร้าง “ศูนย์กลางการซื้อ-ขายก๊าซ” หรือ Gas Hub ในประเทศตุรกี และจะกำหนดราคาซื้อขายก๊าซกับชาติยุโรปผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในก๊าซฮับแห่งนี้

นอกจากประเด็นเรื่องก๊าซแล้ว อีกเรื่องที่ผู้นำรัสเซียพูดถึงคือ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียท่ามการมรสุมจากการคว่ำบาตร

ผู้นำรัสเซียพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ปีนี้อัตราจีดีพีโดยรวมของรัสเซียจะหดตัวร้อยละ 2.5 ซึ่งต่างจากที่เคยคาดการณ์ไว้ จีดีพีของรัสเซียอาจจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 ผู้นำรัสเซียย้ำว่าการลดลงของจีดีพีถือว่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ของชาติตะวันตกที่ประเมินว่า เศรษฐกิจของรัสเซียอาจย่ำแย่หนักและตัวเลขจีดีพีอาจติดลบมากถึงร้อยละ 20

ในขณะที่รัสเซียและชาติตะวันตกกำลังทำสงครามเศรษฐกิจเพื่อตัดกำลังกันนั้น

สถานการณ์ในสนามรบก็ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายยังคงปะทะกันอย่างหนัก โดยแนวปะทะยังคงอยู่ที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน

วานนี้ ดมิโทร ชูเบนโก โฆษกสำนักงานอัยการแคว้นคาร์คีฟแถลงว่า รัสเซียได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในแคว้นคาร์คีฟ ด้วยจรวดขีปนาวุธชนิดจากพื้นสู่อากาศรุ่น S-300 ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกยิงมาจากแคว้นเบลโกรอด ทางตะวันตกของรัสเซีย

อย่างไรก็ดี ขีปนาวุธดังกล่าวไปตกที่โกดังเปล่า ส่งผลทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน โอเล็กซานเดอร์ ซารูบา โฆษกกองทัพอากาศยูเครน ได้ออกมาเปิดเผยว่า โดรนที่รัสเซียใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นโดรนที่ผลิตโดยบริษัทต่างชาติ โฆษกกองทัพอากาศยูเครนอธิบายว่า โดรนที่เขียนว่าเอ็มทูโอไฟว์ เกรัล-ทู (M205 Geral-2) แท้จริงแล้วคือ โดรนพลีชีพรุ่นชาเฮด-136 ของอิหร่าน

การต่อสู้และการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนด้วยโดรนพลีชีพและขีปนาวุธอย่างหนักหน่วงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำผิดอนุสัญญาเจนีวารวมถึงละเมิดสิทธิมนุษยชน

นี่ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลและออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพชีวิต และการอยู่รอดของพลเรือนยูเครน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้อง

หนึ่งในคนที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือ โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

เขาระบุว่าหากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนยังคงดำเนินต่อไป อาจนำไปสู่สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายและอาจนำไปสู่การพลัดถิ่นของผู้คนจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จะออกมาเตือนเรื่องการทำสงครามและโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน แต่สงครามครั้งนี้อาจไม่จบลงในเร็ววัน

สังเกตได้จากคำแถลงของ โอเล็กซี โกรมอฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพยูเครนที่ออกมาระบุเมื่อวานนี้ว่า ทางฝั่งรัสเซียเตรียมตัวทำสงครามระยะยาว เนื่องจากรู้ดีว่าไม่สามารถเอาชนะยูเครนได้ด้วยยุทธวิธีการบุกระยะสั้นแบบที่ทำอยู่

เขาย้ำว่ากองทัพยูเครนและพันธมิตรทั่วโลกไม่ควรประมาท เพราะเป้าหมายของรัสเซียคือการยึดครองทั้งยูเครน และถ้ารัสเซียทำเช่นนั้นได้ รัสเซียจะไม่หยุดแค่ในยูเครน

สงครามนี้จะจบลงหรือไปถึงจุดเจรจาหยุดยิงได้ก็ต่อเมื่อยูเครนสามารถขับไล่กองทัพรัสเซียออกไปจากดินแดนได้ทั้งหมดเท่านั้น

แต่การที่ยูเครนจะทำสงครามยาวกับรัสเซียได้นั้น นอกจากความพร้อมของทหารแล้ว อีกปัจจัยที่สำคัญคือ การสนับสนุนด้านการเงินและอาวุธจากทั้งสหรัฐฯ และบรรดาชาติพันธมิตรจากตะวันตก ซึ่งตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า ทั้งคู่พร้อมที่จะยืนเคียงข้างยูเครนจนกว่าสงครามการรุกรานนี้จะจบ

วานนี้ ชาลส์ มิเชล ประธานสภาสหภาพยุโรปได้ออกมาแถลงว่า สหภาพยุโรปมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เงินสนับสนุนแก่ยูเครนประจำปี 2023 อีกประมาณ 18,000 ล้านยูโร หรือราว 670,000 ล้านบาท

หลังจากที่มาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 9 และงบประมาณความช่วยเหลือในปี 2023 ผ่านมติของที่ประชุมสหภาพยุโรป ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนได้ออกมาขอบคุณสหภาพยุโรปที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครน

นอกจากนี้ แพด ไรเดอร์ โฆษกเพนตากอนได้ออกมาแถลงว่า สหรัฐฯ จะขยายกรอบเวลาในการฝึกทหารของยูเครน รวมถึงการฝึกใช้อาวุธในเยอรมนีออกไปการประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีข่าวออกมาว่า สหรัฐฯ เตรียมที่จะส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธที่มีชื่อว่า “แพทริออต” ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศ ที่มีประสิทธิภาพสูงรุ่นหนึ่งให้แก่ยูเครน

หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับสหรัฐฯ ประกาศเตรียมส่งขีปนาวุธอาวุธรุ่นแพทริออตให้แก่ยูเครน ล่าสุดทางฝั่งรัสเซียได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งจุดยืนรัสเซียยังคงเหมือนเดิม คือไม่พอใจและไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าวของสหรัฐฯ

คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้คือ มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย โดยระบุว่า อาวุธดังกล่าวอาจยกระดับของความขัดแย้งที่เป็นอยู่ พร้อมกับย้ำว่า รัสเซียมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะทำลายอาวุธทุกชนิดที่ถูกส่งไปยังยูเครน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ