เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ศาลสูงสุดเนปาลมีคำสั่งปล่อยตัว “ชาร์ลส์ โสภราช” ฆาตกรต่อเนื่องชื่อก้องโลกเจ้าของสมญา “นักฆ่าบิกินี (The Bilini Killer)” แต่ที่รู้จักกันมากคือ “อสรพิษ (The Serpent)” ซึ่งเรื่องราวของเขาถูกนำมาดัดแปลงเป็นทีวีซีรีส์ในชื่อเดียวกันในเน็ตฟลิกซ์
โสภราชก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกไปหลายสิบราย (เชื่อว่าอาจมากถึง 30 ราย) ในหลายประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชีย ได้แก่ ไทย เนปาล อินเดีย มาเลเซีย มีข้อมูลอ้างว่า เขาสังหารเหยื่อไปถึง 14 รายในประเทศไทย
อิหร่าน ประหารชีวิตผู้ประท้วง ต่อหน้าสาธารณชน หลังชายคนดังกล่าวถูกจับได้ 2 วัน
เหยื่อส่วนใหญ่เสียชีวิตในชุดบิกินี จึงเป็นที่มาของสมญานักฆ่าบิกินีของเขา ส่วนฉายาอสรพิษนั้นได้มาจากความสามารถในหลบหนีการตามจับของทางการที่ลื่นไหลราวกับงูร้าย
โสภราชเกิดในเมืองไซง่อนของเวียดนามเมื่อปี 1944 ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส จึงได้สัญชาติฝรั่งเศส เขาถูกจับครั้งแรกในปารีสเมื่อปี 1963 (อายุ 19 ปี) จากคดีลักทรัพย์
โสภราชเป็นคนที่หล่อเหลา มีเสน่ห์ เขาใช้รูปลักษณ์และเล่ห์เหลี่ยมของเขาในการก่ออาชญากรรม ซึ่งนอกจากจะก่อคดีฆาตกรรมแล้ว เขายังชำนาญในการปลอมแปลงเอกสาร ต้มตุ๋นลักขโมยด้วย
เรียกได้ว่าเขาคือ “อาชญากรแห่งยุค” เลยก็ว่าได้
เขาถูกจับกุมและตัดสินโทษจำคุกในอินเดียระหว่างปี 1976-1997 โดยเหยื่อที่เจ้าตัวรับสารภาพว่าลงมือสังหารจริงมี 12 คน ส่วนที่เหลือจนถึงปัจจุบันยังคงยืนยันไม่ได้ว่าเขาลงมือฆ่าหรือไม่ได้ฆ่าใครบ้าง
หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำอินเดีย เขาก็เกษียณ แล้วเดินทางไปยังเนปาลในปี 2003 แต่เขาถูกจับอีกครั้งเพราะคดีฆาตกรรมที่นักท่องเที่ยว 2 รายเมื่อปี 1975 ที่เขาก่อในเนปาลยังไม่หมดอายุความ เขาถูกจับ ถูกพิจารณาคดี และได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต
แต่ล่าสุดศาลเนปาลสั่งปล่อยตัวโสภาราชในวัย 78 ปี โดย บิมัล พอเดล โฆษกศาลสูงสุดเนปาลบอกว่า ศาลตัดสินปล่อยตัวด้วยเหตุผลเรื่องอายุและสุขภาพของเขา โดยโสภราชป่วยเป็นโรคหัวใจและต้องเข้ารับการผ่าตัด
ศาลสูงสุดสั่งให้รัฐบาลปล่อยตัวเขาทันที และต้องส่งตัวเขาไปยัง “ประเทศของเขา” ภายใน 15 วัน
เรียบเรียงจาก CNN
ภาพจาก AFP / AP