รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลคู่ขนานไปกับรัฐบาลทหารเมียนมา ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในปี 2022 ที่กำลังจะสิ้นสุดลงนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาได้ “สังหารเด็ก” ไปมากถึง 165 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 78%
การวิเคราะห์โดยสื่อท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่า ตัวการหลักที่ทำให้มีเด็กเสียชีวิตเป็นจำนวนมากในเมียนมาคือ การที่รัฐบาลทหารใช้ปืนใหญ่ในการโจมตีพื้นที่หรือกองกำลังที่ต่อต้านรัฐบาล รวมถึงโรงเรียน เป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิต
กองทัพเมียนมา ถล่มโรงเรียน เด็กเสียชีวิต 11 ราย
โทมัส คีน ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเมียนมาร์ของ International Crisis Group ซึ่งทำงานเกี่ยวกับวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก กล่าวว่า ปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศเป็นการโจมตีวงกว้างที่เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า ซึ่งขัดต่อหลักสากล
ขณะที่โฆษกกระทรวงกิจการสตรี เยาวชน และเด็กของ NUG กล่าวว่า รัฐบาลทหารกำลังเพิ่มความถี่การทิ้งระเบิดและการโจมตีทางอากาศ โดยกำหนดเป้าหมายเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนอยู่ในพื้นที่การควบคุมของ NUG
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา มีเด็กนักเรียนเสียชีวิต 11 ราย จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมา โดยเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเมียนมาจำนวน 2 ลำ เปิดฉากโจมตีโรงเรียนในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองตาบายิน เขตสะกาย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมียนมา
โฆษกกล่าวว่า หลังจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ จะสนับสนุนการฝึกรับมือสถานการณ์ที่โรงเรียนถูกโจมตีทางอากาศให้กับเด็ก ๆ “ชุมชนท้องถิ่น องค์กรต่อต้าน และ NUG ต้องจัดหาที่หลบภัยใกล้โรงเรียนด้วย”
นอกจากนี้ เมื่อเดือน มิ.ย. โทมัส แอนดรูว์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา เคยออกมาเปิดเผยว่า ยังมีรายงานว่าเด็กถูกทุบตี แทง จี้ด้วยบุหรี่ และดึงเล็บมือ รวมถึงมักถูกจับเป็นตัวประกันจนกว่าพ่อแม่จะยอมจำนนต่อทหารเมียนมา
รายงานของสหประชาชาติที่เผยแพร่เมื่อเดือน มิ.ย. ระบุว่า เด็กที่ถูกทรมานนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. 2021 อยู่ที่ 142 คน และเด็กกว่า 1,400 คนถูกควบคุมตัวโดยพลการ
นอกเหนือจากการถูกคุกคามด้วยความรุนแรงแล้ว เด็ก ๆ ในเมียนมากำลังประสบกับภาวะทุพโภชนาการ ขาดสารอาหาร การเข้าถึงน้ำสะอาด การดูแลสุขภาพ และการศึกษามีจำกัด ประเมินว่า มีเด็กกว่า 5.6 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP