ประชาชนในปากีสถานเดือด หลังศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีข่มขืนกระทำชำเรารายหนึ่ง เพราะเขาตกปากรับคำว่าจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับผู้เสียหายที่เขาข่มขืน
ผู้ต้องหารายนี้คือ ดอว์ลัต คาน วัย 25 ปี เขาก่อเหตุข่มขืนหญิงผู้พิการทางหูรายหนึ่งจนตั้งครรภ์ และเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาได้ถูกศาลแขวางบูเนอร์ ในแคว้นไคเบอร์ปัคตูนควา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต
อินโดนีเซียเข้ม! ห้ามอยู่กิน-มีเซ็กส์ก่อนแต่ง ฝ่าฝืนจำคุก 1 ปี
หลังถูกจำคุก สภาผู้อาวุโสในท้องถิ่น หรือที่เรียกว่า จิรกา (Jirga) ได้เข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของเหยื่อ และเจรจาไกล่เกลี่ยยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวของผู้เสียหายยอมความ
จากนั้นเมื่อวันจันทร์ (26 ธ.ค.) ที่ผ่านมา คานก็ได้รับการปล่อยตัว โดยศาลระบุว่า “คู่กรณีได้ตกลงกันโดยญาติและผู้อาวุโสในครอบครัว ซึ่งเป็นประโยชน์สูงสุดของทั้งสองฝ่าย การประนีประนอมเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กและแม่ซึ่งเป็นบุคคลพิเศษ”
การตัดสินใจดังกล่าวของศาลสร้างความโกรธแค้นให้กับกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวที่กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวจะทำให้ความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงในปากีสถานกลายเป็นเรื่องชอบธรรม
ข้อมูลจาก War Against Rape หน่วยงานเอ็นจีโอในปากีสถานระบุว่า ในประเทศแห่งนี้ มีผู้ต้องหาคดีข่มขืนได้รับโทษน้อยมาก ไม่ถึง 3% ของผู้ที่ก่อคดีทั้งหมด ซึ่งเกิดจากค่านิยมและวัฒนธรรมที่ครอบครัวผู้เสียหายมักมองว่า การถูกล่วงละเมิดเป็นเรื่องอัปยศ และไม่ต้องการต่อสู้ในชั้นศาล ขณะเดียวกัน ครอบครัวของผู้ก่อเหตุมักพยายามคุกคามและข่มขู่ผู้เสียหายและครอบครัวด้วย
ทาฮีรา อับดุลเลาะห์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวปากีสถานแสดงความเดือดดาล และประณามความไร้มนุษยธรรมในการบังคับให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงพิการต้องแต่งงานกับผู้ที่ข่มขืนเธอ
“กฎหมายการข่มขืนของปากีสถานต้องได้รับการแก้ไข เพื่อเปลี่ยนจากการก่ออาชญากรรมต่อบุคคลเป็นอาชญากรรมต่อรัฐ โดยรัฐควรเป็นผู้คุ้มครองของผู้เสียหาย และควรมีการดำเนินคดี เพื่อป้องกันการประนีประนอม การตกลงทางการเงิน หรือ “การให้อภัย” ซึ่งผู้เสียหายถูกบังคับให้ห็นชอบโดยคนรวยที่มีอิทธิพล กลายเป็นความไม่ยุติธรรมต่อผู้ถูกข่มขืนเสมอ” อับดุลเลาะห์กล่าว
อุซามะห์ มาลิค ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของศาลเป้นเรื่องที่น่าตกใจ “ศาลยอมรับการตัดสินใจประนีประนอมของสภาผู้อาวุโสท้องถิ่นที่ประกอบด้วยผู้ชายเท่านั้น”
เขาเสริมว่า “แม้ว่ากฎหมายคุ้มครองสตรีของปากีสถานจะได้รับการปรับปรุงในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา แต่ความคิดของผู้พิพากษาที่ใช้กฎหมายเหล่านี้ยังคงอยู่ในยุคกลาง การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตบหน้าผู้หญิงทั่วประเทศ แต่ยังเป็นการตบหน้าผู้พิการด้วย และเป็นการส่งสัญญาณว่า ร่างกายของพวกเธอสามารถซื้อขายได้ด้วยเงิน”
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก AFP