“อีลอน มัสก์” กลายเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่สูญเสียความมั่งคั่งสุทธิ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




อีลอน มัสก์ เผชิญกับการสูญเสียความมั่งคั่งสุทธิถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากหุ้นเทสลาร่วงลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า “อีลอน มัสก์” มหาเศรษฐี ซีอีโอของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา และเจ้าของกิจการทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ กลายเป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่สูญเสียความมั่งคั่งสุทธิมากถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 7 ล้านล้านบาท เงินมูลค่ามหาศาลของมัสก์หายไปกับมูลค่าหุ้นบริษัทเทสลา บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า หลังจากหุ้นร่วง 65% ในการซื้อขายของปีนี้ และมูลค่าหุ้นเทสลายังดิ่งลงถึง 11% ในวันเดียวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา 

ลดต้นทุนทวิตเตอร์อีก! เลิกจ้างแม่บ้าน-ไม่มีทิชชูในห้องน้ำให้

"อีลอน มัสก์" เผยงานล้นมือ คุมทั้ง "ทวิตเตอร์-เทสลา"

ก่อนหน้านี้ ความมั่งคั่งสุทธิของมหาเศรษฐีรายนี้เคยพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 3.4 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 11 ล้านล้านบาท เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 อย่างไรก็ตามภายในเวลาแค่ปีกว่า ๆ ความร่ำรวยของมัสก์ ลดลงมาอยู่ที่ 1.37 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.7 ล้านล้านบาทเท่านั้น

หนึ่งในความท้าทายที่มัสก์ต้องเผชิญ คือ ปัจจัยเรื่องการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลทำให้บริษัทต้องแก้เกมด้วยการเสนอให้ส่วนลดสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นโมเดล 3 และโมเดล Y ที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ มากถึง 7,500 ดอลลาร์ หรือ ราว 260,000 บาท และมีรายงานว่า บริษัทเทสลากำลังจะลดการผลิตรถยนต์ที่โรงงานในเซี่ยงไฮ้ของจีนลงด้วย

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การที่มัสก์เข้าซื้อกิจการ “ทวิตเตอร์” แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยเงิน 44,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.6 ล้านล้านบาท เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ส่งผลให้มัสก์ต้องเทขายหุ้นเทสลา มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง เพื่อนำเงินที่ได้มาถัวเฉลี่ยสินทรัพย์ที่เสียไป จนทำให้มูลค่าหุ้นเทลลาดิ่งลง

“อีลอน มัสก์” เพิ่งสูญเสียตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก ให้กับนายแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเครือบริษัทแอลวีเอ็มเอช (LVMH) กลุ่มบริษัทสินค้าแบรนด์เนมจากฝรั่งเศส ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์กว่า 1.8 แสนล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6.5 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ นิตยสารฟอร์บส์ รายงานว่า บรรดามหาเศรษฐีโลก มีความมั่งคั่งสุทธิลดลงรวมกันเกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 69 ล้านล้านบาท ในรอบปี 2022 ที่ผ่านมา โดยมหาเศรษฐีอเมริกันสูญเสียความร่ำรวยรวมกันแล้ว 6.6 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งมาจากสาเหตุราคาหุ้นเทคโนโลยีที่ร่วงลง และถูกซ้ำเติมด้วยการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ภาวะเงินเฟ้อและสภาพเศรษฐกิจซบเซา

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ