เมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) กลุ่มผู้ประท้วงสวมชุดสีเหลือง-เขียว ราว 3,000 คน บุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในอาคารรัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดี และศาลฎีกา ในกรุงบราซิเลีย บางส่วนเข้าไปถึงห้องประชุมวุฒิสภา และปีนขึ้นไปชูป้ายข้อความบนหลังคา
ผู้ประท้วงหลายคนโบกธงชาติ ตะโกนร้องขออิสรภาพ และบางส่วนถ่ายเซลฟีเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง สกัดฝูงชนอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยังใช้เวลานานหลายชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ และยึดพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ประท้วงได้
มีรายงานว่า ผู้ก่อความไม่สงบถูกจับกุมและใส่กุญแจมือไปราว 400 คน
หลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีลูอิซ อิกนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่รัฐเซาเปาโล สั่งชัตดาวน์พื้นที่ใจกลางเมืองหลวงเป็นเวลา 24 ชม. และประกาศให้กรุงบราซิเลียเป็นพื้นที่ความมั่นคงภายใต้การดูแลของรัฐบาลกลาง จนถึงวันที่ 31 ม.ค.นี้ ก่อนรีบเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงทันที พร้อมประกาศจะลงโทษผู้ที่กระทำการป่าเถื่อนทุกคน
ชนวนเหตุของการประท้วงเดือดบุกยึดรัฐสภา ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบราซิล มาจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งอดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ฝ่ายขวาจัด พ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดให้กับนาย ลูลา ดา ซิลวา คู่แข่งจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเช่นกัน
โบลโซนาโร อ้างว่าตนเองพ่ายแพ้เพราะการลงคะแนนเสียงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่โปร่งใสและขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งพรรคของเขาพยายามยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้การลงคะแนนในส่วนนี้เป็นโมฆะ แต่ถูกยกคำร้อง
การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งของนายโบลโซนาโร ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเขาก่อหวอดประท้วงมานานนับเดือน จนนำมาสู่เหตุจลาจลบุกรัฐสภาเมื่อวานนี้
ล่าสุด โบลโซนาโร ซึ่งอยู่ระหว่างเที่ยวพักผ่อนในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทวิตเตอร์ โดยแสดงจุดยืนประณามการประท้วงที่รุนแรง และปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้สั่งการหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลนี้
โบลโซนาโร ระบุว่า การชุมนุมประท้วงอย่างสันติคือส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การบุกรุกสถานที่ราชการนั้นถือเป็นการล้ำเส้นเกินไป
ขณะที่บรรดาผู้โลกออกมาร่วมประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำโดยประธานาธิบดีเม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี เวเนซูเอลา อาร์เจนตินา คิวบา เอกวาดอร์ ฝรั่งเศส สเปน รวมถึงประธานรัฐสภายุโรป ที่แสดงจุดยืนเคียงข้างผู้นำบราซิล
ส่วนประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความ ประณามการโจมตีประชาธิปไตย และการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติในบราซิล
นอกจากนี้ ยังมีนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ร่วมประณามความพยายามในการบ่อนทำลายประชาธิปไตยของบราซิล และเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง
และล่าสุด สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงบราซิเลีย ยังออกคำเตือนพลเมืองที่อยู่ในบราซิล ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่รอบๆ อาคารรัฐสภา เพื่อความปลอดภัย
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบราซิลเมื่อวานนี้ มีความคล้ายคลึงกับเหตุกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก่อจลาจลบุกอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ปี 2021 เพื่อขัดขวางการลงมติรับรองให้ไบเดน เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง
ภาพจาก AFP