พลเอก วาเลรี เจราซิมอฟ (Valery Gerasimov) ประธานเสนาธิการกองทัพรัสเซียได้รับการแต่งตั้งจาก ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ให้เข้ามาทำหน้าที่ผู้บัญชาการสู้รบในยูเครน แทนที่พลเอก เซอร์เก ซูโรวิกิน (Sergei Surovikin) ที่เพิ่งดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว โดยพลเอก เซอร์เก ซูโรวิกิน จะทำหน้าที่เป็นรองผู้บัญชาการภายใต้การนำของ พลเอก เจราซิมอฟ ในสมรภูมิยูเครน
ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ชี้แจงว่าการตัดสินใจดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อทำให้หน่วยต่างๆของกองทัพสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพของการบริหารจัดการ ท่ามกลางกระแสวิพพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้นำเหล่าทัพรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญของชาติตะวันตก มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า พลเอกซูโรวิกิน อาจได้รับอำนาจมากเกินไป จากการได้รับสิทธิ์ขาดในการบัญชาการรบในยูเครน โดยสามารถพูดคุยกับประธานาธิบดี ปูติน ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าน นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก เจราซิมอฟ ที่เป็นประธานเสนาธิการ
ขณะที่ อนาโตลี อันโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อค่ำวันอังคารว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการฝึกทหารยูเครนใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธแพทริออต ซึ่งจะเกิดขึ้นที่ค่ายทหารฟอร์ต ซิล รัฐโอกลาโฮมา ปลายเดือนมกราคมนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าสหรัฐฯมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับสงครามในยูเครน โดย อันโตนอฟ ระบุว่า “เป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลสหรัฐฯ คือการสร้างความเสียหายแก่รัสเซียในสมรภูมิให้กับมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการใช้ชาวยูเครนเป็นตัวแทน
ส่วนประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้เรียกร้องพันธมิตรชาติตะวันตกให้ความช่วยเหลือด้านการทหารเพิ่มเติม โดยเฉพาะขีปนาสุธพิสัยไกล และ รถถัง เพื่อเสริมศักยภาพของกองทัพยูเครนก่อนที่รัสเซียจะยกระดับการโจมตีรอบใหม่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าจะไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 3 และยูเครนจะเป็นฝ่ายชนะเหนือรัสเซีย