สำนักข่าว CNBC รายงานเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า บริษัทไบแนนซ์ (Binance) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดในโลกระบุว่า ทางบริษัทเตรียมระงับการฝาก และถอนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และจะแจ้งไปยังลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
อย่างไรก็ตาม โฆษกไบแนนซ์ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว จะส่งผลกระทบเฉพาะลูกค้าที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน ซึ่งทำการโอนเงินเข้า หรือออกจากบัญชีธนาคารเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น
พร้อมย้ำว่า ไบแนนซ์มีพันธมิตรด้านการธนาคารของตัวเอง และไม่ได้มีปัญหาใดๆ รวมถึงลูกค้าต่างประเทศสามารถใช้ fiat currencies หรือ สกุลเงินประจำชาติของตัวเองที่เป็นรูปแบบเงินที่จับต้องได้ เช่นธนบัตร หรือวิธีการชำระอื่นๆ เพื่อซื้อคริปโทได้ และจะประกาศพาร์ตเนอร์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการทราบในอีก 2 - 3 สัปดาห์ข้างหน้า
ทั้งนี้หลังจากประกาศของไบแนนซ์ Arkham Intelligence บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ระบุว่า มีเงินไหลออกจากกระเป๋าเงินคริปโทของไบแนนซ์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเหรียญที่เป็น Stablecoin ที่ตรึงเงินสกุลดอลลาร์หลายล้านเหรียญ อย่าง Tether (USDT) และ USDC ได้ไหลไปยังบริษัทคู่แข่ง หรือกระเป๋าเงินส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม Arkham Intelligence ระบุว่า สุทธิการไหลออกของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของไบแนนซ์อยู่ที่ 172 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณเล็กน้อยมากๆ สำหรับไบแนนซ์ ซึ่งมีสินทรัพย์คริปโทมูลค่า 42,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ