ความคืบหน้าล่าสุด เหตุแผ่นดินไหว ตุรกี-ซีเรีย นานาชาติต่างช่วยกันกันระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าปฏิบัติการในครั้งนี้ จะยังมีผู้รอดชีวิต สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นไหวทั้งในตุรกีและซีเรีย ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 33,179 ราย โดยตุรกีมีผู้เสียชีวิต 29,605 คน ส่วนซีเรียมีผู้เสียชีวิต ประมาณ 3,574 คน
ด้านนายมาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการสหประชาชาติด้านความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและสถานการณ์ฉุกเฉิน
ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนชาวซีเรียหลายล้านคนยังต้องการความช่วยเหลือ โดยขณะนี้ผู้ประสบภัยทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง เพราะความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ยังมาไม่ถึง
กริฟฟิธส์ ย้ำว่าปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ตนเองและทีมงานของสหประชาชาติต้องเร่งแก้ไขโดยเร็วที่สุด อุปสรรคสำคัญสำหรับการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยในซีเรียขณะนี้คือความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มต่อต้านที่มีฐานที่มั่นหลักทางภาคเหนือของประเทศ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธ “ฮายัต ทารีร์ อัล ชาม” (Hayat Tahrir al-Sham) ซึ่งผู้ประสบภัยยังได้รับความช่วยเหลือที่จำกัด เนื่องจากสิ่งของจำเป็นต่างๆ ถูกส่งผ่านเข้ามาได้เพียงช่องทางเดียว คือจากจุดผ่านแดน “บาบ อัล ฮาวา” (Bab al-Hawa)ในด้านที่ติดกับตุรกี ส่วนพื้นที่อื่นๆที่ติดกับพื้นที่ของฝ่ายรัฐบาลถูกปิดกั้นไว้
แม้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลซีเรีย ระบุว่า ต้องการส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ทางภาคเหนือ แต่โฆษกของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวยืนยันว่าจะไม่อนุญาตให้มีการส่งความช่วยเหลือที่ใช้ทางผ่านจากพื้นที่ภายใต้ความควบคุมของฝ่ายรัฐบาล
สอดคล้องกับการเปิดเผยจากทีมโฆษกของสำนักความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ที่เปิดเผยว่าการส่งความช่วยเหลือกำลังเผชิญกับอุปสรรคจากการที่ต้องขออนุญาตจากกลุ่มติด“ฮายัต ทารีร์ อัล ชาม” ซึ่งสหประชาชาติขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย
โดยสหประชาชาติพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการเปิดจุดผ่านแดนอีก 2 แห่ง ระหว่างตุรกี และ พื้นที่ที่อยู่ทางภาคเหนือของซีเรีย
ส่วนนาย เทดรอส เกรเบเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เปิดเผยว่าได้เข้าพบกับ ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาร์ด ผู้นำซีเรีย ซึ่งรับปากว่าจะพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติมเพื่อให้นานาชาติสามารถส่งความความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยแผนดินไหวทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
ส่วนสถานการณ์ในตุรกี ที่เมืองอันตาคายา เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้ลาดตระเวนไปตามจุดต่างๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อย หลังจากประชาชนมในพื้นที่และทีมให้ความช่วยเหลือที่เดินทางมาจากเมืองอื่นได้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาด้านความปลอดภัย และ การขโมยสิ่งของจากห้างร้านต่างๆ รวมถึงบ้านเรือนที่เหลือเพียงซากอาคารจากเหตุแผ่นดินไหว
โดยเหตุการณ์ปล้มสะดมที่เกิดขึ้นหลังเหตุแผ่นดินไหวยังทำให้เกิดกระแสต่อต้านผู้ลี้ภัยในตุรกี ซึ่งประชาชนบางส่วนเชื่อว่าคนร้ายส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพชาวอัฟกานิสถานและซีเรีย