หลัง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศระงับการปฏิบัติตามสนธิสัญญานิวสตาร์ท (New START) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ว่าด้วยการตกลงลดอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียและสหรัฐฯ ทั้งยังออกมากล่าวสุนทรพจน์ถึงสถานการณ์ของสงครามในตอนนี้ รวมถึงระบุด้วยว่าต้องการเพิ่มศักยภาพทางการทหารของรัสเซียโดยเฉพาะ “กองกำลังนิวเคลียร์” ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้
ล่าสุด โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีปูตินในการประชุมกับเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (NATO) ที่โปแลนด์ โดยกล่าวว่า “เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่จริง ๆ ที่ตัดสินใจแบบนั้น”
ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวต่อ “การตัดสินใจครั้งนี้ถือว่าฝั่งรัสเซียไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง แต่ผมก็อ่านเกมของทางนั้นไม่ออกเหมือนกัน ว่าพวกเขาจะใช้อาวุธนิวเคลียร์หรืออะไรทำนองนั้นในสงครามครั้งนี้หรือไม่ เพราะผมไม่เห็นวี่แววหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ใด ๆ ว่าพวกเขาจะใช้มัน แต่ผมเชื่อว่าเราจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ได้”
นอกจากนี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีปูตินในครั้งนี้เช่นกัน โดยเขากล่าวว่า “เป็นการตัดสินใจที่น่าเสียดายและขาดความรับผิดชอบอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามพวกเราสามารถพูดคุยหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เสมอ”
การตัดสินใจระงับสนธิสัญญานิวสตาร์ทของประธานาธิบดีปูติน ถูกนานาชาติประณามอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง แม้ในเวลาต่อมาทางกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย จะออกมาแถลงในภายหลังว่า รัสเซียจะปฏิบัติตามข้อจำกัดที่ระบุไว้ในสนธิสัญญานิวสตาร์ทด้วย “ความรับผิดชอบ” จนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026
เรียบเรียงจาก Al Arabiya
ภาพจาก AFP