ประชาชนและเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งกว่า 40 คน ในเมืองโพลา (Pola) สวมชุดป้องกันเต็มตัว ช่วยกันกำจัดคราบน้ำมันออกจากโขดหินตามชายฝั่ง และเก็บเศษซากสิ่งปฏิกูลที่เปื้อนน้ำมัน
มีรายงานประชาชนหลายสิบคนในหมู่บ้านตามแนวชายฝั่งมีอาการป่วย เช่น คลื่นไส้ หายใจลำบาก และวิงเวียนศีรษะ เนื่องจากสูดดมไอน้ำมันเข้าไป
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า อาการดังกล่าวส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ และหายได้ หลังได้รับการดูแลจากแพทย์
คุณมาริเบลที่เป็นอาสาสมัครคาดว่า ต้องใช้เวลาเก็บกวาดอีกนาน และไม่ทราบว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เนื่องจากคราบน้ำมันมีจำนวนมาก
เรือบรรทุกน้ำมัน เอ็มที พรินเซส เอ็มเพรส ซึ่งบรรทุกลูกเรือ 20 คน พร้อมน้ำมัน 8 แสนลิตร มีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ และอับปางลงในทะเลที่ปั่นป่วน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ระหว่างเดินทางไปยังเมืองอิโลอิโล (Iloilo) ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์
โดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมฟิลิปปินส์คาดว่า ซากเรือน่าจะจมอยู่ใต้ทะเลลึกกว่า 350 เมตร แต่ต้องยืนยันข้อมูลอีกครั้ง และจะมีการส่งโดรนควบคุมระยะไกลช่วยหาตำแหน่งของเรือด้วย
นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลประจำมหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ประเมินว่า แนวปะการัง ป่าชายเลน และหญ้าทะเลกว่า 36,000 เฮกตาร์ หรือ 225,000 ไร่ มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน
ทางการฟิลิปปินส์ได้ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในจังหวัดโอเรียนตัลมินโดโร และออกคำสั่งห้ามจับปลาจนกว่าคราบน้ำมันจะถูกเก็บกวาดจนหมด
แต่คำสั่งห้ามดังกล่าวก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ โดยชาวประมงกว่า 18,000 คน ใน 60 หมู่บ้าน ไม่สามารถออกทะเลได้
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนของคราบน้ำมันในทะเลที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักดำน้ำ เช่น ช่องแคบเกาะเวอร์เด (Verde Island Passage), แนวปะการังอาโป (Apo Reef) ในมินโดโร และซากเรือสมัยสงครามโลกครั้งที่สองในปาลาวัน