“จอร์เจีย-รัสเซีย” ความสัมพันธ์ที่แปรผันตามผู้นำประเทศ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




จับตาดูการเมืองและการประท้วงใหญ่ในประเทศจอร์เจียซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ประท้วงมีการปะทะกับตำรวจปราบจลาจลอย่างหนัก

การประท้วงในครั้งนี้เกิดจากความไม่พอใจที่สภาของจอร์เจียมีการผ่านร่างกฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายตัวแทนต่างชาติ ซึ่งหลายคนมองว่านี่คือเป็นการปิดโอกาสจอร์เจียในการเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและเป็นการเปิดทางให้รัสเซียเข้ามามีอิทธิพลในจอร์เจียมากขึ้น รออกกฎหมายที่เรียกว่า กฎหมายตัวแทนต่างชาติ

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ผู้ประท้วงในวันนี้ 9 มี.ค.มีมากกว่าวันแรกเนื่องจากคนไม่พอใจที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับประชาชนโดยจุดหลักที่ใช้รวมตัวกันคือที่ Rustaveli Avenue ย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองหลวง

จอร์เจีย ประท้วงใหญ่ ต้านกฎหมาย "สายลับต่างชาติ"

วิวาทกลางสภาจอร์เจีย ปมกฎหมายองค์การต่างชาติ

จุดนี้เต็มไปด้วยควันที่เกิดจากแก๊สน้ำตา เสียงและแสงที่เกิดขึ้นจากการใช้ Stunt grenade หรือระเบิดแฟลชที่ตำรวจปราบจลาจลขว้างเข้าใส่ผู้ประท้วง โดยแสงระเบิดแฟลชสามารถทำให้คนตาพร่ามัวหรือเกิดอาการช็อกได้

อีกวิธีที่ตำรวจใช้คือ การฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าใส่ผู้ประท้วงอย่างไม่ยั้ง เกิดการตะลุมบอลกันขึ้นหลังจากผู้ประท้วงหลายคนพยายามฝ่าด่านหรือแนวกั้นของตำรวจเพื่อต่อไปที่อาคารรัฐสภา

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าในการชุมนุมวันที่ 2 ทางฝั่งผู้ประท้วงไม่มีการขว้างก้อนหินหรือระเบิดเพลิงใส่เจ้าหน้าที่เหมือนกับที่เกิดขึ้นในวันแรก

ที่สำคัญคือมีผู้หญิงรวมถึงคนรุ่นใหม่ออกมาเป็นจำนวนที่มากขึ้นด้วยโดยการประท้วงใหญ่คราวนี้ไม่ปรากฎว่ามีแกนนำที่ชัดเจน หลายคนบอกว่าออกมากันเองด้วยเหตุผลสั้นๆง่ายๆว่า  ไม่อยากให้ประเทศเป็นแบบรัสเซีย

กฎหมายตัวแทนต่างชาติที่จุดชนวนการประท้วงใหญ่ในจอร์เจียมีสาระสำคัญคือ องค์กรในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศเกินกว่าร้อยละ 20 ของเงินทุนสนับสนุนทั้งหมดจะถูกขึ้นทะเบียนหรือเข้าข่ายเป็น “ตัวแทนต่างชาติ” และองค์กรดังกล่าวจะต้องถูกตรวจสอบเป็นพิเศษจากกระทรวงยุติธรรม หากไม่ทำตามจะมีโทษหนักถึงขั้นจำคุก องค์กรที่ตกเป็นเป้าคือ องค์กรประชาสังคมรวมถึงสื่อมวลชนอิสระที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ

ผู้ที่เสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสภาคือ พรรคจอร์เจียนดรีม ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล หนึ่งใน ส.ส. ของพรรคนี้ออกมาอธิบายเหตุผลที่อยากให้มีกฎหมายนี้เพราะประชาชนควรมีสิทธิ์ได้รับรู้ว่า องค์กรต่างๆได้เงินทุนมาจากที่ไหนเพื่อความโปร่งใส

อย่างไรก็ตาม คนที่ออกมาประท้วงมองว่าเหตุผลนี้ถูกยกมาเพื่อใช้ในการบังหน้าเท่านั้น จุดประสงค์ที่แท้จริงของการออกกฎหมายคือเพื่อควบคุมหรือปิดปากองค์กรที่เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน โดยกฎหมายนี้มีความเหมือนกับกฎหมายที่รัฐบาลรัสเซียออกมาเพื่อบังคับใช้กับกลุ่มประชาสังคมและสื่อมวลชนเมื่อปี 2012 ซึ่งมีผลทำให้องค์กรและสื่ออิสระเกือบทั้งหมดในรัสเซียต้องปิดตัวลง

และหากจอร์เจียมีกฎหมายแบบเดียวกันนั่นหมายถึงว่า จอร์เจียจะถูกดึงกลับไปอยู่ในบรรยากาศของยุคสหภาพโซเวียต เป็นการปิดทางหรือทำลายความหวังที่จอร์เจียจะได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปและนาโตในอนาคต  ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่รัสเซียต้องการ การทำแบบนี้คือการเอาใจรัสเซีย

คำถามก็คือว่า ทำไมพรรครัฐบาลของจอร์เจียจึงเสนอร่างกฎหมายนี้ ทำไมจึงหันไปทางรัสเซียทั้งๆที่เพิ่งจะส่งใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา

จอร์เจียได้รับเอกราชหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 1991 หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายปีจากปัญหาเศรษฐกิจ การใช้อำนาจในทางที่ผิดและการคอร์รัปชั่นภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอดูอาร์ด เชวาร์ดนัดเซ ซึ่งอยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ที่จอร์เจียเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต

ปี 2003 เกิดการประท้วงที่รู้จักกันในนาม การปฎิวัติกุหลาบหรือ Rose Revolution ชาวจอร์เจียมากมายมหาศาลออกมาตามท้องถนนเพื่อขับไล่รัฐบาลของเชวาร์ดนัดเซ  หลังขับไล่เชวาร์ดนัดเซออกจากอำนาจได้ จอร์เจียก็จัดการเลือกตั้งและได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อ มิเคอิล ซาคาซวิลี

ซาคาซวิลี เป็นผู้นำสายโปรยุโรป ได้รับเลือกตั้งและเป็นผู้นำของจอร์เจียอยู่ 9 ปีคือตั้งแต่ปี 2004 จนถึงปี 2013  ในช่วงนั้นเขาได้เดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบยุติธรรมและปราบคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังเพื่อนำประเทศเข้าสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปรวมถึงองค์การนาโต

ความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีซาคาซวิลีจึงถูกมอสโกจับตาดูอย่างใกล้ชิด และประธานาธิบดีปูติน  ผู้นำรัสเซียไม่เคยปิดบังว่าไม่ชอบผู้นำจอร์เจียคนนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจอร์เจียมีปัญหาอย่างหนัก และถึงจุดต่ำสุดเมื่อปี 2008 หลังรัสเซียส่งกองกำลังเข้าไปยึดครองเซาท์ออสเทเชีย แผ่นดินเล็กๆที่อยู่ทางตอนเหนือของจอร์เจีย สงครามระหว่างรัสเซียกับจอร์เจียดำเนินอยู่ 5 วัน จบลงที่จอร์เจียเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ หลังจากนั้นรัสเซียพยายามเข้ามามีอิทธิพลในจอร์เจียผ่านทางตัวแทน

หนึ่งในนั้นคือ บิดซินา อิวานิชวิลี มหาเศรษฐีชาวจอร์เจียผู้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับมอสโก โดยบิดซินาได้ก่อตั้งพรรคการเมืองที่ชื่อจอร์เจียนดรีมขึ้นมาในปี 2012 เพื่อลงแข่งกับพรรคของประธานาธิบดีซาคาซวิลี

ในการเลือกตั้งคราวนั้น พรรคจอร์เจียนดรีมได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย ส่งผลให้บิดซินาได้เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสายโปรตะวันตกอย่างซาคาซวิลีต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ

ซาคาซวิลีกลับมาจอร์เจียเมื่อปี 2021 และเขาถูกตั้งข้อหาใช้อำนาจในทางที่ผิดและถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจนถึงทุกวันนี้

มีรายงานว่าอดีตประธานาธิบดีซาคาซวิลีถูกปฎิบัติอย่างเลวร้ายจนสุขภาพย่ำแย่ลงเรื่อยๆ บางรายงานระบุว่าเขาถูกวางยาพิษอย่างช้าๆ

ที่ผ่านมามีการประท้วงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวเขา รวมถึงความพยายามนำตัวเขาออกจากเรือนจำเพื่อมารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยการยื่นเรื่องต่อศาล เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลได้มีการพิจารณาและปฎิเสธคำร้องดังกล่าวนี่คือประชาชนบางส่วนที่ออกมาประท้วงหลังคำตัดสินออกมาโดยพวกเขาระบุว่า ทุกอย่างในประเทศรวมถึงระบบยุติธรรมกำลังถูกควบคุมโดยคนกลุ่มเดียวที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของรัสเซีย

แน่นอนคนกลุ่มที่ว่าคืออดีตนายกรัฐมนตรีบิดซินา อิวานิชวิลี เจ้าของและผู้ก่อตั้งพรรคจอร์เจียนดรีมที่เป็นแกนนำรัฐบาลในขณะนี้

บิดซินา อิวานิชวิลี (Bidzina Ivanishvili) คือคนที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศ ประเมินกันว่าเขามีทรัพย์สินในครอบครองมากกว่า 6,020 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 210,890 ล้านบาท) หรือเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของจีดีพีของจอร์เจียทั้งประเทศ

เริ่มต้นจากธุรกิจขายคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์บ้าน ก่อนเข้าไปเริ่มธุรกิจเหล็กและธนาคาร ตามนโยบายส่งเสริมระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมของบอริส เยลต์ซิน ประธานาธิบดีคนแรกของรัสเซีย

ด้วยสายสัมพันธ์ที่ดีกับเครมลินทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว บิดซินาคือผู้สนับสนุนการเงินรายใหญ่ของประธานาธิบดีเยลต์ซิน และวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งเป็นผู้นำรัสเซียต่อจากเยลต์ซิน

ความใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน ทำให้เขาถูกทางการจอร์เจียเพิ่งเล็งอย่างหนักจนต้องย้ายไปอยู่ในฝรั่งเศสเป็นระยะสั้นๆ ก่อนจะกลับมายังจอร์เจียอีกครั้งในปี 2003

ปี 2012 เขาก่อตั้งพรรคจอร์เจียนดรีม และเอาชนะพรรคของประธานาธิบดีซาคาซวิลีในปีนั้นได้อย่างขาดลอย ในช่วงที่เป็นผู้นำ เขาหันมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซีย สวนแนวทางของอดีตผู้นำอย่างซาคาซวิลีที่มีแนวทางโปรตะวันตก

ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่บิดซีนาคือผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดของจอร์เจียเมื่อปีที่แล้วเขาถูกกล่าวหาจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ว่า พยายามล้มล้างและขัดขวางกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ของจอร์เจีย ด้วยการใช้อิทธิพลกดดันให้รัฐบาลจอร์เจียให้เตะถ่วง และชะลอกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกอียูออกไป

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พรรคจอร์เจียนดรีมของเขาซึ่งครองเสียงข้างมากที่สุดในสภาเสนอและผ่านร่างกฎหมายตัวแทนต่างชาติ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนออกมาประท้วงใหญ่ในอยู่ในขณะนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นในจอร์เจียกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์อาจลงเอยเหมือนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครน

 

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ