ประชาชนหลายพันคนออกมารวมตัวกันที่กรุงคิชิเนฟ เมืองหลวงของสาธารณรัฐมอลโดวา เพื่อประท้วงต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีหญิงไมอา ซานดู กล่าวหาว่า เธอสนับสนุนชาติตะวันตก และเลือกข้างสนับสนุนยูเครน ในสงครามยูเครนที่เกิดขึ้น โดยผู้ประท้วงมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมอลโดวาว่า กำลังทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น เพราะรัฐบาลเลือกข้าง
ในการประท้วงดังกล่าวมีแกนนำคือมาริน่า เทาเบอร์ อดีตนักเทนนิสมืออาชีพ ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักการเมืองพรรคซอร์ พรรคการเมืองที่สนับสนุนรัสเซียและเป็นผู้จัดการประท้วงครั้งนี้
โดยเธอระบุว่า พรรคการเมืองของเธอได้รวบรวมรายชื่อ 700,000 รายชื่อแล้ว เพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่เธอกลับถูกตำรวจขัดขวางไม่ให้นำรายชื่อเหล่านั้นไปยื่นต่อรัฐบาล
พรรคซอร์ มองว่า การที่รัฐบาลเลือกสนับสนุนยูเครน จะเพิ่มโอกาสทำให้มอลโดวาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝั่งรัฐบาลยืนยันว่า พวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในทุกรูปแบบ
ทั้งนี้ รัสเซียลดการส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่มอลโดวาเมื่อปีที่แล้ว ส่งผลทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า นอกจากนี้วิกฤตพลังงานและสงครามที่เกิดขึ้นในยูเครน ยังทำให้อัตราเงินเฟ้อของมอลโดวา ประเทศเล็กๆ ที่มีประชากรเพียง 2.6 ล้านคน ทะลุ 30 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว โดยถึงแม้ว่าชาติตะวันตกจะให้ความช่วยเหลือ และรัฐบาลให้เงินอุดหนุนค่าไฟ แต่ประชาชนหลายคนก็ระบุว่าพวกเขาได้รับความลำบากอย่างมากในการใช้ชีวิต
สำหรับ มอลโดวาเป็นประเทศเล็กๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต และมีชายแดนด้านตะวันออกติดกับยูเครน
ขณะที่มีรายงานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีไมอา เคยกล่าวหารัฐบาลรัสเซียว่า พยายามแทรกแซงและบ่อยทำลายสเถียรภาพรัฐบาลของเธอ โดยมอลโดวาต้องเผชิญกับความพยายามก่อรัฐประหาร วางระเบิด จารกรรมอินเทอร์เน็ต และการประท้วง ในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลรัสเซียไม่ได้ออกมาตอบโต้ต่อประเด็นดังกล่าว