"มอลโดวา"เป้าหมายใหม่รัสเซีย เพื่อเปิดศึกกับยูเครน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นอกจากสงครามยูเครน อีกประเด็นในภูมิภาคที่หลายฝ่ายให้ความสนใจคือการประท้วงที่เกิดขึ้นในบางประเทศที่เกี่ยวโยงกับรัสเซีย เช่น การประท้วงที่จอร์เจียเพื่อต่อต้านกฎหมายปิดปากสื่อและรัฐบาลสายโปรรัสเซีย

ล่าสุดมีการประท้วงเกิดขึ้นในประเทศมอลโดวา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางตะวันตกของยูเครน และเป็นจุดเสี่ยงที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัสเซียอาจใช้เพื่อทำสงคราม

ประชาชนหลายพันคนได้ออกมารวมกันที่กรุงคิชิเนฟ เมืองหลวงของประเทศมอลโดวาเพื่อประท้วงขับไล่รัฐบาลสายสนับสนุนแนวคิดชาติตะวันตกที่นำโดยประธานาธิบดีไมอา ซานดู และนายกรัฐมนตรีโดริน เรเชียน

ก่อนที่รัฐบาลจะส่งตำรวจนำรถบัสมาปิดล้อมพื้นที่เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้ามาชุมนุมเพิ่ม และปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม จนนำไปสู่การจับกุมผู้ประท้วง 54 คนในข้อหาก่อความไม่สงบในประเทศ

คนรัสเซียโอด หนึ่งปีของสงคราม ชีวิตก็ลำบากเช่นกัน

เจ็บแต่จบ! สงครามรัสเซีย-ยูเครน มีโอกาสสิ้นสุดในปีนี้?

มารินา เทาเบอร์ แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงและรองหัวหน้าพรรคเอสโออาร์ (SOR) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสายโปรรัสเซียและต่อต้านแนวคิดยุโรประบุว่า

รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เปลี่ยนหน่วยงานด้านกฎหมายและปราบปรามการทุจริต รวมถึงสำนักงานตำรวจ ให้กลายเป็นเครื่องมือในการขัดขวางสิทธิพื้นฐานในการแสดงออกและปราบปรามประชาชน

ขณะที่ประชาชนให้เหตุผลในการออกมาประท้วงว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องได้ และปล่อยให้พวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในฤดูหนาวมานานหลายปี โดยไม่มีใครสนใจ ทั้งนี้ ประชาชนบางคนยืนยันว่าการประท้วงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสนับสนุนรัสเซีย

มอลโดวาถือเป็นประเทศยากจนลำดับที่ 4 ของยุโรป และกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสงครามยูเครน เนื่องจากมอลโดวาเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าจากรัสเซียและยูเครนเป็นหลัก

เมื่อสงครามยูเครนทำให้ไม่สามารถนำเข้าสินค้าและบริการได้ ราคาของสินค้าต่าง ๆ จึงค่อย ๆ ทยอยปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาก๊าซซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้าและอุตสาหกรรมขนส่ง

ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อในประเทศพุ่งไปแตะร้อยละ 34.6 ในปีที่แล้ว หรือคิดเป็น 4 เท่าของอัตราเงินเฟ้อในปี 2021 ที่อยู่ที่ร้อยละ 8.8 เท่านั้น หรือหมายความว่าภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ประชาชนต้องหาเงินเพิ่มถึง 4 เท่าเพื่อหาเงินซื้อสินค้าชนิดเดิม

ด้วยพิษเศรษฐกิจที่รุนแรง ทำให้รัฐบาลสายโปรตะวันตกภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนาตาเลีย กาฟริลิตา ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

หลังจากนั้น ประธานาธิบดีไมอา ซานดู ได้เสนอชื่อ "โดริน เรเชียน" อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสภาความมั่นคงแห่งชาติมอลโดวา เข้าสภา เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ก่อนที่รัฐสภาจะรับรองให้"เรเชียน" ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยภารกิจสำคัญของรัฐบาลใหม่คือ การพยายามแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน

แต่สิ่งดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในมอลโดวามีปัจจัยต่าง ๆ ที่ซับซ้อนและเกี่ยวกับความขัดแย้งในยูเครนด้วย ทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจและออกมาประท้วง

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองว่าการประท้วงนี้ไม่ได้มีแค่ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ แต่มีปัจจัยด้านการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

สื่อตะวันตกรายงานว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งนี้คือ อีลาน ชอร์ นักธุรกิจและนักการเมืองฝ่ายค้านที่ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ หลังจากที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฉ้อโกงในคดีการฉ้อโกงธนาคารมอลโดวาปี 2014 ซึ่งถือเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของมอลโดวา

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชื่อของอีลาน ชอร์ เข้ามาพัวพันกับการประท้วงของมอลโดวา เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีไมอา ซานดู ได้ออกมาแถลงว่า รัสเซียกำลังใช้กลุ่มต่าง ๆ เพื่อพยายามสร้างสถานการณ์และก่อความไม่สงบ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือรวมไปถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอีลาน ชอร์ด้วย

ล่าสุดรัฐบาลมอลโดวาก็ได้ออกมาแถลงเมื่อวานนี้ว่า การประท้วงขับไล่รัฐบาลที่เกิดขึ้นมีมหาเศรษฐีและนักการเมืองสายโปรรัสเซียรายนี้อยู่เบื้องหลังด้วย

หลายฝ่ายมองว่าการประท้วงโดยกลุ่มโปรรัสเซียที่เกิดขึ้นเป็นลูกเล่นแบบเดิมกับที่รัสเซียเคยใช้ เพื่อจะส่งกำลังเข้าไปแทรกแซงบางประเทศโดยใช้เหตุผลว่าเพื่อปกป้องคนที่พูดภาษารัสเซีย และเปลี่ยนแปลงรัฐบาลให้เป็นสายสนับสนุนรัสเซีย

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนรัฐบาลมอลโดวาสำหรับรัสเซีย มีความสำคัญและซับซ้อนในทางยุทธศาสตร์มากกว่าที่เคยเกิดขึ้น

เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่าถ้ารัสเซียสามารถล้มรัฐบาลมอลโดวาได้จริง รัสเซียจะสามารถใช้มอลโดวาในการทำสงครามกับยูเครนได้ โดยเฉพาะกองกำลังที่ทรานส์นีสเตรียและกาเกาเซีย

ทรานส์นีสเตรียเป็นพื้นที่ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของมอลโดวาใกล้กับชายแดนยูเครน ปัจจุบันที่นี่มีประชากรอาศัยอยู่ราว 470,000 คน ซึ่งมีเชื้อสายรัสเซีย ยูเครน และมอลโดวา และถูกปกครองโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนสายโปรโซเวียต-รัสเซียมาตั้งแต่ปี 1992 และตอนนี้มีกองกำลังรักษาสันติภาพของรัสเซียประจำการอยู่ราว 1,500 นาย

ส่วนแคว้นกาเกาเซีย หรือ เขตการปกครองตนเองกาเกาเซีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศมอลโดวาติดกับแคว้นโอเดสซาของยูเครน มีพื้นที่ราว 1,832 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 160,000 คน

เมื่อดูจากที่ตั้งและกองกำลังของรัสเซียที่อยู่ในแคว้นกาเกาเซียและทรานส์นีสเตรีย จะเห็นได้ว่ารัสเซียสามารถส่งกองกำลังไปยึดยังแคว้นโอเดสซาทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครนได้ ซึ่งพื้นที่รัสเซียพยายามยึดครองหลายรอบแต่ทำไม่สำเร็จ เนื่องจากไม่สามารถผ่านแนวต้านในแคว้นเคอร์ซอนตะวันออกมาได้

การยึดเมืองโอเดสซานี้เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รัสเซียต้องการ เพื่อสร้างสะพานแผ่นดินเชื่อมภูมิภาคดอนบาสเข้ากับเมืองท่าบนทะเลดำและคาบสมุทรไครเมีย

อย่างไรก็ดี การที่รัสเซียจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ รัสเซียจำเป็นต้องควบคุมพื้นที่ในภูมิภาคดอนบาสให้ได้เบ็ดเสร็จสมบูรณ์ก่อน ซึ่งรัสเซียยังทำไม่สำเร็จและติดหล่มการต่อสู้อย่างหนักหน่วงอยู่ที่เมืองบัคมุต ในแคว้นโดเนตสก์ ทางภาคตะวันออกของยูเครน

โดยสถานการณ์การสู้รบล่าสุดยังรุนแรง สังเกตได้จากการที่เยฟเกนี ปริโกชิน มหาเศรษฐีชาวรัสเซียเจ้าของกลุ่มนักรบแวกเนอร์ ซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการรุกคืบเมืองบัคมุต ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า การสู้รบในเมืองบัคมุตเป็นไปอย่างยากลำบาก

อย่างไรก็ดี ปริโกชินระบุว่าตอนนี้กลุ่มนักรบแวกเนอร์และทหารรัสเซียกำลังได้เปรียบในพื้นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากได้รับกระสุนจากกองทัพรัสเซียที่มาจากแนวหน้าอื่น ๆ

ก่อนที่เขาจะสรุปสั้น ๆ ว่ากลุ่มแวกเนอร์ไม่ได้มีปัญหาใดๆ กับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เพื่อสยบข่าวลือก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มแวกเนอร์มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหมรัสเซีย โดยเฉพาะเจ้ากระทรวงอย่างเซอร์เก ชอยกู

ด้านโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนได้ออกมาเปิดเผยขณะแถลงการณ์ประจำวันเมื่อวานนี้ว่า ยูเครนสามารถปลิดชีพทหารรัสเซียในสมรภูมิบัคมุตไปได้มากกว่า 1,100 นาย ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

ขณะเดียวกัน เมื่อช่วงบ่าย (13 มี.ค.)ที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา วยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอด ทางตอนใต้ของรัสเซียรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศในเมืองได้ยิงสกัดขีปนาวุธจำนวน 4 ลูกที่พุ่งเข้ามาโจมตีเมือง ส่งผลให้อาคารบ้านเรืองของประชาชนเสียหาย 2 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 ราย

หลายฝ่ายคาดว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเป็นฝีมือของยูเครน แต่ทางการยูเครนยังไม่ได้ออกมายืนยันและแสดงความเห็นในเรื่องนี้

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ