ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็ง อาวุธใหม่เกาหลีเหนือ รับมือสหรัฐฯ-พันธมิตร


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธจากฐานทดสอบที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเปียงยางเมืองหลวง ขีปนาวุธตกบริเวณทะเลตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี และคาดกันว่าขีปนาวุธลูกดังกล่าวเป็นขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือเพิ่งนำมาแสดงในพิธีสวนสนามเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ( 14 เม.ย.)  KCNA สำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพขณะที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ “ฮวาซอง-18” ซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิดข้ามทวีปแบบใช้เชื้อเพลิงแข็ง หรือ "solid-fuel intercontinental ballistic missile"

การทดสอบครั้งล่าสุดนี้เกาหลีเหนืออ้างว่า เป็นครั้งแรกที่ประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปแบบเชื้อเพลิงแข็ง

คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางไปสังเกตการณ์ด้วยตนเอง พร้อมกับพาคิม จู-แอ ลูกสาววัย 10 ขวบ ไปชมการทดสอบด้วย

เกาหลีเหนือ ยอมรับยิงขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-15” พร้อมตอบโต้ศัตรู

"เกาหลีเหนือ" อวดขีปนาวุธ ยิงได้ไกลข้ามทวีปมากสุด

ทางการเกาหลีเหนือได้อธิบายการทดสอบว่าเป็น “ความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์” ของประเทศ เพราะฮวาซอง-18 จะช่วยให้เกาหลีเหนือโต้ตอบการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของต่างชาติ

นอกจากนี้ ฮวาซอง-18 จะช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ทางการทหารที่รุนแรง เพื่อรับมือกับการเผชิญหน้าด้านนิวเคลียร์และภัยคุกคามจากคู่แข่งในภูมิภาค อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ

การทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้ ถือเป็นการทดสอบขีปนาวุธชนิดข้ามทวีปลูกที่ 3 ในปีนี้ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ดี การทดสอบเมื่อวานนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เนื่องจากขีปนาวุธฮวาซอง-18 เป็นขีปนาวุธที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็ง ในขณะที่ขีปนาวุธลูกก่อนๆ เป็นขีปนาวุธที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงเหลว

“ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็ง” คืออะไร? แตกต่างจากขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวที่เกาหลีเหนือเคยใช้มาอย่างไร?

“ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็ง” เป็นขีปนาวุธที่รัฐบาลเกาหลีเหนือซุ่มพัฒนา ต่อยอดจากอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธแบบเดิม และเป็นหนึ่งในอาวุธที่ผู้นำเกาหลีเหนือเคยให้คำมั่นว่าจะพัฒนาให้สำเร็จ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสหรัฐฯ

เชื้อเพลิงในขีปนาวุธฮวาซอง-18 นั้นเป็นผลของการต่อยอดสิ่งที่เรียกว่า “เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง-แรงดันสูง”

ช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คิม จอง-อึน ได้เดินทางไปสังเกตการณ์การทดสอบเครื่องยนต์ดังกล่าวที่ฐานปล่อยดาวเทียมโซแฮด้วยตนเอง พร้อมระบุว่าเครื่องยนต์เหล่านี้จะถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบอาวุธเชิงกลยุทธ์ชนิดใหม่

การพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปหรือ ICBM ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งในการขับเคลื่อนเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจทางทหาร 5 ประการของเกาหลีเหนือ เป้าหมายใหม่ที่พรรคแรงงานนำมาเปิดตัวในการประชุมพรรคเมื่อปีที่แล้ว

สาเหตุที่ทำให้เกาหลีเหนือต้องหันมาใช้เชื้อเพลิงแข็งแทนเชื้อเพลิงเหลวเป็นเพราะเชื้อเพลิงแข็งมีแรงขับสูง สามารถคงอยู่ในที่เก็บได้นานโดยที่แรงขับดันไม่เสื่อมสภาพ ไม่จำเป็นต้องฉีดเชื้อเพลิงเพิ่มเติม และเมื่อใช้กับขีปนาวุธจะง่ายต่อการจัดเก็บและปล่อยตัวได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ เชื้อเพลิงแข็งเคยได้รับความนิยมและนำมาใช้กับจรวดในช่วงก่อนศตวรรษที่ 20 แต่ว่าค่อยๆ เสื่อมความนิยมลง หลังการค้นพบเชื้อเพลิงเหลวที่มีประสิทธิภาพและแรงขับมากกว่า

การทดสอบยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือมีขึ้นเพียงสองวัน หลัง คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการทหารกลางของพรรคแรงงานเกาหลีว่า  เกาหลีเหนือจำเป็นต้องยกระดับการป้องปรามสงครามที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเชิงรุกที่มากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มระอุ และทวีความตึงเครียดมากขึ้น

สำหรับปี 2023 และปี 2022 เกาหลีเหนือได้ยิงทดสอบขีปนาวุธไปแล้วทั้งหมดราวๆ 100 ลูก  หลายลูกเป็นขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ ที่สามารถโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ

ทั้งนี้การยิงทดสอบขีปนาวุธบ่อยครั้งของเกาหลีเหนือ ส่วนใหญ่เป็นการตอบสนองต่อการซ้อมรบทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ที่เกาหลีเหนือมองว่าเป็นการซ้อมรบเพื่อเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์บางคนชี้ว่า เกาหลีเหนือใช้ข้ออ้างเรื่องการซ้อมรบของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้มายิงทดสอบขีปนาวุธ เพื่อปรับปรุงคลังอาวุธให้ทันสมัย และกดดันให้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยอมอ่อนข้อให้ต่อนโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่กำลังกระทบเกาหลีเหนืออยู่ในขณะนี้

ปัจจุบันมีสหรัฐฯ และรัสเซียที่มีขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็ง ส่วนจีนเคยทดสอบขีปนาวุธประเภทนี้เช่นกัน ความสำเร็จนี้สร้างความกังวลเพราะหมายความว่า ประสิทธิภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือพัฒนาขึ้น และในมุมของผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบขีปนาวุธแบบใหม่นี้จะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

หลังจากที่เกาหลีเหนือปล่อยภาพความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีปที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงแข็งออกมา ศาสตราจาย์คิม ดอง ยุบ ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือศึกษาระบุว่า โลกอาจได้เห็นเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธมากขึ้น จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

นอกจากคาบสมุทรเกาหลีแล้ว อีกพื้นที่หนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่กำลังตึงเครียด คือ ช่องแคบไต้หวัน

เนื่องจากจีนได้เปิดฉากซ้อมรบด้วยกระสุนจริงรอบเกาะไต้หวันในวันที่ 8 เมษายน หลังจากไช่ อิง-เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ไม่สนใจคำเตือนของจีน เดินทางไปเข้าพบกับประธานสภาสหรัฐฯ ในวันที่ 5 เมษายน ก่อนที่จีนจะประกาศยุติการซ้อมรบไปเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จีนได้เปิดฉากการซ้อมรบใหญ่ภายใต้ปฏิบัติการ “United Sharp Sword”

จีนขนกำลังพลและยุทโธปกรณ์จำนวนมากออกมาแสดงศักยภาพทางการทหาร ไม่ว่าจะเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือพิฆาตหลายสิบลำ เครื่องบินรบอีกนับร้อยลำ ทั้งเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินก่อกวน และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง

ขณะที่จีนทำการซ้อมรบ กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้สั่งเตรียมรับมือและติดตามความเคลื่อนไหวของจีนอย่างใกล้ชิดตลอดทั้ง 3 วัน

สำหรับทางทะเล ไต้หวันได้ส่งเรือรบออกไปประจำการในน่านน้ำ ส่วนทางอากาศ ไต้หวันก็ได้ส่งเครื่องบินรบไปลาดตระเวนตามแนวเขตป้องกันภัยทางอากาศ รวมถึงบินขับไล่เครื่องบินจีน 

ล่าสุดวันนี้ ไช่ อิง-เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เดินทางไปเยือนฐานทัพอากาศในเมืองไท่จง เพื่อขอบคุณบรรดาทหารอากาศที่ทำหน้าที่ปกป้องไต้หวันตลอด 24 โมงขณะที่จีนซ้อมรบ พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะเสริมกำลังให้กองทัพต่อไป

แม้ว่าจีนจะยุติการซ้อมรบไปแล้ว แต่จีนยังคงกองกำลังบางส่วนเอาไว้ใกล้เกาะไต้หวัน โดยวันนี้ทางการจีนได้เผยแพร่ภาพเครื่องบินของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA ขณะที่เครื่องบินกำลังบินวนอยู่ในพื้นที่รอบ ๆ เกาะไต้หวันออกมา

ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวออกมาว่าทางการจีนก็ได้ประกาศเขตห้ามบิน หรือ No Fly Zone ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาแถลงว่า จีนไม่ได้ประกาศเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันแต่อย่างใด

การประกาศดังกล่าวเป็นการประกาศเตือนของหน่วยงานด้านการบินพลเรือนจีน ที่บังคับเรื่องการบินบางส่วนเหนือน่านฟ้า เพื่อรับมือกับซากจรวดที่กำลังจะตกลงมาจากการปล่อยดาวเทียม โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม

ทางการจีนได้ขอความร่วมไปยังสายการบินต่าง ๆ ให้งดบินเหนือน่านฟ้าบริเวณในทะเลจีนตะวันออกในเวลา 09.00-15.00 น.ของวันที่ 16 เมษายนหรือวันอาทิตย์นี้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 33 เที่ยวต้องถูกเลื่อนเวลาออกไป

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ