"ซูดาน" หยุดยิงครั้งใหม่ 72 ชั่วโมง นานาชาติเร่งอพยพคน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลัง RSF ยังคงตึงเครียดและอาจจะทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตและพลเมืองของตนเองออกจากประเทศ ล่าสุดทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เพื่อเปิดช่องทางส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอำนวยความสะดวกในการอพยพพลเมืองต่างชาติออกจากประเทศ

เมื่อวานนี้ ‘แอนโทนี บลิงเคน’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ  ออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า กองทัพซูดานและกองกำลัง RSF บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง  ข้อตกลงมีผลตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันที่ 25 เมษายนตามเวลาท้องถิ่น หรือตั้งแต่เริ่มต้นวันของวันที่ 25 เมษายนเป็นต้นไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อผลักดันให้มีข้อตกลงหยุดยิงถาวรและการจัดการด้านมนุษยธรรมในซูดานต่อไป

“บิ๊กโจ๊ก” มั่นใจพยานหลักฐานคดี "แอม" เพียงพอ จ่อขยายผลไซยาไนด์  

“แน็ก ชาลี” เกือบหมดตัวเพราะโดนโกง-ยืมเงิน รับเคยคุยคนในวงการ แต่ไม่มีสถานะ

 

ด้านกองกำลัง RSF ได้แถลงผ่านทวิตเตอร์ของตนเองว่า กองกำลัง RSF ตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราว เพื่อเปิดเส้นทางส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและอำนวยความสะดวกในการอพยพพลเมืองต่างชาติและเจ้าหน้าที่ทางการทูต รวมถึงอพยพชาวซูดานไปยังพื้นที่ปลอดภัยและเข้าถึงโรงพยาบาล ขณะที่ กองทัพซูดานก็ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราวเช่นกัน และแนวร่วมทุกฝ่ายของกองทัพซูดานก็ยินดีกับข้อตกลงล่าสุดนี้ 

การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงครั้งล่าสุดมีขึ้นหลังกองทัพซูดานและกองกำลัง RSF เจรจากันนาน 48 ชั่วโมง โดยมีสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ไกล่เกลี่ย 

นี่เป็นการประกาศหยุดยิงครั้งที่ 5 แล้ว นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา  ก่อนหน้านี้กองทัพซูดานและกองกำลัง RSF ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ ต่างฝ่ายกล่าวหาซึ่งกันและกันว่า อีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน จึงต้องยิงตอบโต้กลับไป

ทั้งนี้ก่อนที่จะเกิดการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ทั้ง 2 ฝ่ายได้สู้รบกันไปมาทั้งทางบกและทางอากาศในกรุงคาร์ทูมและเมืองออมเดอร์มาน   หลังเข้าสู่ชั่วโมงที่ต้องหยุดยิงตามข้อตกลง จนถึงขณะนี้สถานการณ์ในภาพรวมค่อนข้างสงบ แต่ก็มีรายงานว่าบางพื้นที่ยังคงเกิดการปะทะ เช่น พื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงคาร์ทูม  

จากภาพคือความเสียหายในย่านชัมบัตทางตอนเหนือของกรุงคาร์ทูมการสู้รบอย่างหนักและการโจมตีตีทางอากาศต่อเนื่องนาน 10
วันทำลายอาคารบ้านเรือน จนเหลือแต่ซากปรักหักพัง

ข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดจะเปิดช่องทางการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังซูดาน รวมถึงช่วยให้การอพยพพลเมืองต่างชาติและเจ้าหน้าที่ทางการทูตออกจากซูดานราบรื่นยิ่งขึ้น ขณะนี้หลายประเทศกำลังเร่งอพยพประชาชนของตนเองออกจากซูดาน เมื่อวานนี้ ‘เจค ซัลลิแวน’ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ออกมาแถลงว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้อพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ ทุกคนออกจากกรุงคาร์ทูมด้วยเครื่องบินอย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะจัดหน่วยข่าวกรอง เฝ้าระวัง และลาดตระเวน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พลเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องการอพยพออกจากซูดานทั้งทางบกและทางทะเลต่อไป

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้อพยพพลเมืองของตนเองออกจากซูดานแล้ว ทางการเกาหลีใต้ระบุว่า กองทัพได้อพยพชาวเกาหลีใต้ราว 28 คนและชาวญี่ปุ่นอีกจำนวนหนึ่งออกจากซูดานด้วยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศจากสนามบินนานาชาติพอร์ตซูดานใหม่ของเมืองพอร์ตซูดาน ไปยังเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบียเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ ทางการเคนยาได้ส่งเครื่องบินของกองทัพอากาศเคนยาเพื่ออพยพนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งแอฟริกาในกรุงคาร์ทูม 

ผู้โดยสารประกอบด้วยนักศึกษาชาวเคนยาจำนวน 19 คน นักศึกษาชาวโซมาเลียและซาอุดีอาระเบียอีกราว 20 คน ทั้งหมดเดินทางถึงประเทศเคนยาอย่างปลอดภัยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ 

ทางการเยอรมนีระบุว่า เมื่อวานนี้ เครื่องบินของกองทัพอากาศเยอรมนี 4 ลำได้อพยพพลเมืองเยอรมนีและพลเมืองจากชาติอื่นๆ ในสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ กว่า 400 คนออกจากซูดานสำเร็จ

เช่นเดียวกับอิตาลี ที่ส่งเครื่องบินของกองทัพอากาศ 2 ลำ อพยพชาวอิตาลี 83 คนและพลเมืองจากชาติอื่นๆ ราว 13 คนออกจากกรุงคาร์ทูมสำเร็จแล้วเช่นกัน โดยเครื่องบินทั้งสองลำได้ลงจอดที่กรุงโรม ประเทศอิตาลีเรียบร้อยแล้ว

ด้านซาอุดีอาระเบียได้อพยพผู้คนออกจากซูดานด้วยปฏิบัติการทางเรือ เมื่อวานนี้ พลเรือนราว 199 คน ในจำนวนนี้มีพลเมืองสัญชาติอื่นอีกราว 12 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ ซีเรีย และเลบานอนได้เดินทางมาถึงฐานทัพเรือในเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบียสำเร็จแล้ว

ขณะเดียวกัน ทางการอียิปต์ได้ขอร้องให้ประชาชนของตนเองกว่า 10,000 คนเดินทางไปยังเมืองพอร์ตซูดานและเมืองวาดีฮาฟาทางตอนเหนือของซูดาน เพื่อนั่งรถบัสข้ามผ่านชายแดนอาร์ควีน (Arqueen) กลับประเทศอียิปต์ ในบรรดาชาวอียิปต์ที่อาศัยอยู่ในซูดานเป็นนักศึกษาจากอียิปต์มากถึง 5,000 คน 

ด้านองค์การสหประชาชาติหรือ UN ได้อพยพเจ้าหน้าที่และผู้แทนพิเศษราว 700 คนออกจากกรุงคาร์ทูมไปยังเมืองพอร์ตซูดาน เมืองท่าที่สำคัญของประเทศ หลังภารกิจอพยพด้วยรถบัสใช้เวลากว่า 35 ชั่วโมง 

และชาติล่าสุดที่มีความคืบหน้าคือ จีน  ในวันนี้ เหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนระบุว่า พลเมืองจีนส่วนใหญ่ในซูดานได้รับการอพยพออกจากซูดานด้วยเรือสำเร็จแล้ว และไม่มีรายงานชาวจีนเสียชีวิตจากการสู้รบ

ไม่เฉพาะชาวต่างชาติ แต่ประชาชนชาวซูดานเองก็พยายามอพยพออกจากเมืองที่เป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างกองทัพซูดานและกองกำลัง RSF
จากภาพคือ ชาวซูดานในกรุงคาร์ทูมที่กำลังอพยพด้วยรถบัสออกจากเมืองเพื่อความปลอดภัย หลายคนเลือกหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างชาด ซูดานใต้ เอธิโอเปีย และอียิปต์

รายงานจากสหประชาชาติ มีข้อมูลจากชาดว่า นับตั้งแต่การสู้รบปะทุขึ้น มีผู้อพยพชาวซูดานเข้ามาในประเทศอย่างน้อย 20,000 รายแล้ว โดยมีเสียงจากชาวซูดานให้ความเห็นว่า หากชาวต่างชาติอพยพออกจากกรุงคาร์ทูมจนหมด สถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ก็จะยิ่งเลวร้ายลง เพราะคนซูดานอาจถูกใช้เป็นโล่มนุษย์ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนซูดานจึงต้องหนีออกจากเมือง

ความขัดแย้งในซูดานที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ 15 เมษายนที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 427 ราย ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บมีอย่างน้อย 3,700 ราย

‘ฟาร์ฮาน ฮัค’ รองโฆษกขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ยังมีประชาชนซูดานจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พวกเขาติดอยู่ในสมรภูมิการสู้รบ ขาดแคลนอาหาร น้ำสะอาดและยารักษาโรค  นอกจากนี้ การสู้รบยังทำให้โรงพยาบาลและโครงสร้างพื้นฐานพังเสียหาย บางพื้นที่ไฟฟ้าดับ การสื่อสารถูกตัดขาด และในหลายพื้นที่เกิดการปล้นสดมภ์
 

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ