พระราชประวัติ “สมเด็จพระราชินีคามิลลา” สามัญชนสู่สตรีคู่บัลลังก์อังกฤษ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ทำความรู้จักพระราชประวัติสมเด็จพระราชินีคามิลลา จากหญิงสามัญชนที่ก้าวขึ้นมาเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร

ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเข้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 2023 นี้ หนึ่งในเรื่องที่หลายคนจับตามอง โดยเฉพาะพสกนิกรในประเทศ คือ “สมเด็จพระราชินีคามิลลา” สตรีคู่บัลลังก์กษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร หนึ่งในมหาอำนาจของโลก

นิวมีเดีย พีพีทีวี ชวนทำความรู้จักพระราชประวัติสมเด็จพระราชินีคามิลลา กับเรื่องราวของหญิงสามัญชนที่ฟันฝ่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จน ณ วันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นสมเด็จพระราชินี

คอนเทนต์แนะนำ
พระราชประวัติพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร
เตรียมพร้อมรอชม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3
เผยโฉม! ฉลองพระองค์พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ก่อนจะมาเป็นสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงมีนามเดิมว่า คามิลลา โรสแมรี แชนด์ เกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1947 เป็นธิดาของพันตรีบรูซ มิดเดิลตัน โฮป แชนด์ และฮอน โรซาลินด์ ม็อด แชนด์

ครอบครัวแชนด์อาศัยอยู่ในซัสเซกซ์ตะวันออกตั้งแต่ปี 1951 เป็นต้นมา คามิลลาเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนดัมเบรลส์ในซัสเซกซ์ โรงเรียนควีนส์เกตในเซาธ์เคนซิงตัน จากนั้นไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมงเฟร์ทีล (Mon Fertile) ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และศึกษาต่อที่สถาบันการจัดการและเทคโนโลยีแห่งอังกฤษ (Institut Britannique) ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส

มีรายงานว่าคามิลลาชื่นชอบในการขี่ม้ามาก อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต่อมาในปี 1970 เธอได้พบกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในการแข่งขันโปโลที่เมืองวินด์เซอร์และกลายเป็นพระสหายสนิท รวมถึงมีข่าวว่าทั้งสองเกิดจิตปฏิพัทธ์ต่อกัน

อย่างไรก็ตาม ในปีต่อมา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเข้าร่วมราชนาวี และทรงมุ่งมั่นกับราชการทางนั้น ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าว คามิลลาได้แต่งงานกับแอนดรูว์ พาร์กเกอร์ โบลส์ นายทหารม้า ทั้งคู่บุตรด้วยกัน 2 คน คือโทมัส เฮนรี หรือทอม พาร์กเกอร์ โบลส์ ในปี 1974 และลอรา โรส ในปี 1978

ขณะเดียวกัน เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ก็ทรงเสกสมรสกับท่านหญิงไดอานา สเปนเซอร์ เมื่อปี 1981 ในราชพิธีที่สวยงามราวเทพนิยายและเป็นที่จดจำของผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก และมีพระโอรสด้วยกัน 2 พระองค์ คือ เจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี

แต่ต่อมาในปี 1993 สาธารณชนรับรู้ถึงความสัมพันธ์ซ่อนเร้นระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับคามิลลา เนื่องจากมีบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับคามิลลาหลุดออกมา ซึ่งคามิลลาบอกกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ว่า “ฉันยอมทนทุกข์ทุกอย่างเพื่อคุณ นั่นคือความรัก นั่นคือพลังแห่งความรัก” จนกลายเป็นข่าวใหญ่ในสหราชอาณาจักร

ปี 1994 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงยอมรับว่า พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์กับคามิลลา ซึ่งเจ้าหญิงไดอานาก็ทรงยืนยันว่าเป็นความจริง โดยปีถัดมาทรงให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า “การแต่งงานครั้งนี้มีพวกเราสามคน ดังนั้นมันจึงค่อนข้างแออัด”

คามิลลาและแอนดรูว์หย่าร้างกันในปี 1995 ขณะที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาก็ทรงหย่าร้างกันในปี 1996 คามิลลาหายไปจากหน้าสื่อและการรับรู้ของสาธารณชน แต่ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านรุนแรงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังเจ้าหญิงไดอานาทรงประสบเหตุทางรถยนต์จนสิ้นพระชนม์ที่ปารีสในปี 1997

กระทั่งปี 1999 พระตำหนักแคลเรนซ์ได้ดำเนินการให้คามิลลาปรากฏตัวต่อสาธารณชนอีกครั้ง โดยปรากฏตัวครั้งแรกร่วมกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ย้ายเข้าไปอยู่ในพระตำหนักแคลเรนซ์ และชื่อของเธอก็เริ่มปรากฏในเอกสารอย่างเป็นทางการ

คอนเทนต์แนะนำ
อังกฤษโชว์มงกุฎยักษ์จำลองก่อนพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
ตร.อังกฤษ 29,000 นาย คุมเข้มทั่วลอนดอน รับพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
ซ้อมเสมือนจริง เคลื่อนขบวนเสด็จพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ท้ายที่สุดในวันที่ 9 เมษายน 2005 เจ้าชายแห่งเวลส์และคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์ ก็ได้เข้าพิธีเสกสมรสที่พระรางวังวินด์เซอร์ โดยได้รับความยินยอมจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 คามิลลาได้รับการสถาปนาเป็นดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ และได้รับการยืนยันว่าเป็นพระชายาของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และว่าที่สมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ

ดัชเชสคามิลลาใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกของราชวงศ์ คอยสนับสนุนชาร์ลส์ในการนัดหมายอย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักรและทัวร์ต่างประเทศ สนับสนุนพระสวามีในการทำงานต่าง ๆ และยังทำหน้าที่ในนามขององค์กรการกุศลที่เธอสนับสนุนอีกด้วย

ดัชเชสคามิลลาเป็นองค์อุปถัมภ์หรือประธานองค์กรการกุศลกว่า 90 แห่งในหลากหลายด้าน ได้แก่ งานด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ งานด้านศิลปะ สวัสดิภาพสัตว์ และงานสนับสนุนผู้รอดชีวิตจากการข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ

จากภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้เมื่อมีการแต่งตั้งดัชเชสคามิลลาให้เป็นสมเด็จพระราชินีคามิลลา หลังการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงเผชิญกับเสียงต่อต้านที่ลดน้อยลง

เดิมทีเมื่อปี 2005 พระตำหนักแคลเรนซ์กำหนดไว้ว่า ทันทีที่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ คามิลลาจะขึ้นเป็นพระราชินีจะไม่ทรงใช้พระอิสริยยศสมเด็จพระราชินี (Queen Consort) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า สำนักพระราชวังในขณะนั้นเอง ก็รู้สึกว่าประชาชนยังไม่พร้อมให้คามิลลาขึ้นสู่ตำแหน่งที่เดิมทีต้องเป็นของเจ้าหญิงไดอานา

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทัศนคติที่มีต่อสมเด็จพระราชินีคามิลลาได้ลดความรุนแรงลง ในปี 2015 การสำรวจความคิดเห็นของซีเอ็นเอ็น พบว่าชาวอังกฤษ 1 ใน 4 เริ่มชอบพระองค์มากขึ้น และมีคนจำนวนน้อยลงที่ต่อต้านการที่พระองค์จะได้เป็นสมเด็จพระราชินี

ทอม พาร์กเกอร์ โบลส์ ลูกชายของสมเด็จพระราชินีคามิลลากับแอนดรูว์ เคยกล่าวว่า “ผมไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร นี่ไม่ใช่จุดจบ แม่ได้แต่งงานกับคนที่เธอรักและนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น”

นอกจากนี้ ในวาระเฉลิมฉลองสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ครองราชย์ครบ 70 พรรษา ทรงมอบพระราชสาส์นถึงพสกนิกรระบุว่า “เมื่อถึงเวลาอันควร ชาร์ลส์ ลูกชายของข้าพเจ้าจะได้เป็นกษัตริย์ ข้าพเจ้ารู้ว่าทุกคนจะให้การสนับสนุนเขาและคามิลลา ชายาของเขา เช่นเดียวกับที่พวกคุณมอบให้ข้าพเจ้า และเป็นความปรารถนาอย่างจริงใจของข้าพเจ้าว่า เมื่อถึงเวลานั้น คามิลลาจะได้ชื่อว่าเป็นสมเด็จพระราชินีในขณะที่เธอยังคงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อไป”

 

เรียบเรียงจาก สำนักพระราชวังสหราชอาณาจักร / CNN / Reuters

ภาพจาก AFP

คอนเทนต์แนะนำ
"พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3" จัดงานเลี้ยงรับรองในสวน ก่อนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
“คีชพิธีบรมราชาภิเษก” เมนูสำหรับงานเลี้ยงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ